รีวิว Emirates First Class Suites แบบใหม่ล่าสุด – First Class แรกของโลกที่เป็นห้องปิด 100%

รีวิวไฟล์ตวันนี้ ผมจะพาไปขึ้น First Class แบบใหม่ล่าสุดของสายการบิน Emirates ครับ ซึ่งมีความพิเศษหลายอย่างมากๆ และ Emirates ถึงกับเรียกมันว่าเป็น ‘Game Changer’ ยกระดับความหรูหราของ First Class ขึ้นไปอีกขั้น โดยนี่เป็น First Class แรกของโลกที่เป็นห้องปิด 100% จากพื้นถึงเพดาน

Disclosure: บทความนี้ เขียนจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน และไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ จากสายการบินหรือตัวแทนที่เกี่ยวข้อง

Emirates ได้เปิดตัวเคบิน First Class Suites แบบใหม่นี้ บนเครื่องบินแบบ Boeing 777-300ER ครับ (ซึ่งทำให้ผมแปลกใจอยู่พอสมควร ว่าทำไมถึงไม่เลือกเปิดตัวใน Airbus A380-800 ที่มีขนาดใหญ่กว่า ใช้พื้นที่ได้มากกว่า และมีห้องอาบน้ำบนเครื่องบิน) พอมาอยู่ใน Boeing 777-300ER นี้ ทำให้จากเดิม ที่นั่ง First Class มี 8 ที่นั่ง ก็ลดเหลือเพียง 6 ที่นั่งต่อลำเท่านั้น แลกมากับฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ First Class และขนาดของห้อง Suites ที่ใหญ่ขึ้น จนเรียกได้ว่า นี่เป็นหนึ่งใน First Class ที่ดีที่สุดในโลก ณ เวลานี้

ที่นั่ง First Class แบบใหม่นี้ จัดเรียงแบบ 1-1-1 ครับ มีเพียงแค่ 2 แถวหน้าสุดของเครื่องบินเท่านั้น รวมทั้งสิ้น 6 ที่นั่ง โดยทุกที่นั่งเป็นห้องแยกจากกัน และทุกห้องมีประตูที่สามารถปิดได้เพื่อความเป็นส่วนตัว ซึ่งถ้าใครสังเกต ก็จะพบว่า มันไม่ได้เหมาะกับการเดินทางเป็นคู่สักเท่าไหร่ เพราะสองคนแทบจะไม่ได้เจอกัน หรือแทบจะไม่ได้คุยกันเลยครับ

รีวิววันนี้ ผมจะพาไปขึ้น First Class แบบใหม่นี้ จากนครเจนีวา (GVA) บินไปยังดูไบ (DXB) บ้านเกิดของ Emirates โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมงครึ่ง ไปขึ้นเครื่องลำใหม่นี้พร้อมกันเลยครับ

รับชมแบบวิดีโอ

Flight: EK84

Route: GVA-DXB
Date: 17 Mar 2018
Departure Time: 20:40
Arrival Time: 06:05 (+1)
Duration: 6 hr 25 mins
Seat: 1E
Class: First Class
Aircraft: Boeing 777-300ER
Registration: A6-EQJ

Check-in

ขั้นตอนการเช็กอินของ First Class Emirates ก็เป็นไปตามปกติธรรมดาทั่วไปนะครับ โดยในครั้งที่ผมเดินทางนี้เป็นสนามบินเจนีวา คือมีช่องเช็กอินแยกต่างหาก ที่ไม่ต้องรอคิวใดๆ และสามารถใช้บอร์ดดิ้งพาสในการสแกนเข้าช่องตรวจกระเป๋าแบบ priority ได้

ผมขออนุญาตข้ามในส่วนของเลานจ์ไปนะครับ เนื่องจากที่สนามบินเจนีวา สายการบิน Emirates ไม่ได้มีเลานจ์เป็นของตัวเอง ใช้เลานจ์ของ dnata ที่รวมกันหลายสายการบิน และไม่ได้แยก First Class ออกมาต่างหาก ดังนั้น เราไปชมไฮไลต์ เคบิน First Class แบบใหม่ บนเครื่องบินกันเลยดีกว่า

On-board

ถึงเวลาขึ้นเครื่องแล้วครับ รอบนี้เป็น Bus Gate ลงจากรถบัสที่แยกเฉพาะผู้โดยสารชั้น Business และ First โดยเฉพาะ มาถึงเครื่องบิน Boeing 777-300ER ลำใหม่ของ Emirates จอดรอเราอยู่

สิ่งที่โดดเด่นมากของเคบิน First Class Suites แบบใหม่ของ Emirates ก็คือการจัดเรียงที่นั่งแบบ 1-1-1 และเป็นห้องปิดจากพื้นถึงเพดานครับ สวยงาม แปลกตาจากเคบินเครื่องบินอื่นๆ อย่างมากจริงๆ ตกแต่งด้วยลายต้น Ghaf ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

รอบนี้ ผมตั้งใจเลือกที่นั่ง 1E มาครับ ซึ่งเป็น Suite กลางเครื่องบิน ไม่ติดริมหน้าต่าง เพื่อจะได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า Virtual Windows หรือ หน้าต่างเสมือน ที่ Emirates ทำมาสำหรับที่นั่งตรงกลางเคบินเท่านั้น (1E กับ 2F) ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ริมหน้าต่าง โดยใช้หน้าจอความละเอียดสูงมากๆ มาจำลอง หลอกตาเรา และนี่เป็นเครื่องบินพาณิชย์แรกที่ใช้หน้าต่าง Virtual Windows เลยครับ

ห้อง Suites แต่ละห้อง มีความกว้างค่อนข้างมากเลยครับ Emirates ยอมเสียสละจำนวนที่นั่ง จากเดิม มีแถวละ 4 Suites ลดเหลือเพียง 3 Suites เพื่อให้แต่ละห้องมีขนาดใหญ่ขึ้น สบายขึ้น โดยมีที่นั่งขนาดใหญ่ ที่สามารถปรับเอนนอนได้ 180 องศาแบบหลวมๆ มีโต๊ะ ตู้เก็บของ ตู้แขวนสูท ฯลฯ อยู่โดยรอบ ทั้งหมดในห้อง Suites นี้ ถูกออกแบบร่วมกับ Mercedes-Benz ด้วยนะครับ

ด้านข้างของหน้าจอทั้งซ้ายและขวา เป็นตู้ minibar มีเครื่องดื่มชนิดต่างๆ มากมายจัดเตรียมไว้ให้ แม้ว่าเราจะสามารถเรียกพนักงานมาขอเครื่องดื่มได้ตลอดเวลาอยู่แล้วก็ตาม

โต๊ะด้านหน้า Suite ที่สามารถเปิดขึ้นมาเป็นกระจกบานใหญ่ มีชุดเครื่องเขียน และ amenity ใส่มาให้อย่างครบพร้อม เมื่อพับกระจกลงมา จะเป็นหน้าจอความบันเทิง Full HD ขนาด 32 นิ้ว ใหญ่มากที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาใน First Class Cabin ทั้งหมดครับ

ถัดมาด้านใต้โต๊ะ จะมีตู้เล็กๆ เอาไว้เก็บกระเป๋าได้ครับ ไซส์จะแปลกๆ หน่อย เพราะกระเป๋า carry-on แบบลากส่วนมากจะใส่ในนี้ไม่ได้ เก็บได้เฉพาะพวกเป้สะพายใบไม่ใหญ่มาก

Virtual Windows หลอกซะเนียน ให้ทุกที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง

ด้านข้างของเราบ้างครับ ลองสังเกตความคมชัดของหน้าจอความละเอียดสูงของ Virtual Windows ซึ่งมองแทบไม่ออกเลย และให้ความรู้สึกว่าเป็นหน้าต่างจริงๆ ด้านข้างตรงนี้ยังมีโต๊ะเล็กๆ สำหรับวางแก้วเครื่องดื่ม และมีแท็บเล็ตสำหรับควบคุมหน้าจอใหญ่ พร้อมปุ่มควบคุมอีกสารพัด ที่สามารถกดได้ใกล้ๆ มือ ไม่ต้องเอื้อมไกล

อีกด้านนึง มีตู้ที่ด้านหน้าเป็นกระจกสูง เอาไว้ส่องได้เต็มตัว ฝาตู้สามารถเปิดออกได้ เป็นตู้สำหรับแขวนเสื้อสูท และมีช่องเก็บหูฟัง Bowers & Wilkins Active Noise Cancelling E1 ที่ถูกอัปเกรดมาใหม่สำหรับเคบินใหม่โดยเฉพาะ กับพวกช่องวาง safety card และนิตยสารของทางสายการบิน

ปรับอุณหภูมิ จะหนาวจะร้อน แยกกันอิสระทุกห้อง

จอเล็กๆ พร้อมปุ่มควบคุมอันนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของเคบินนี้เลยครับ เพราะนี่คือปุ่มที่เราสามารถปรับอุณหภูมิภายในห้อง Suite ของเราได้ จะเอาเย็น หรือ อุ่น ขนาดไหน ก็ปรับได้เลยตามใจชอบ โดยไม่เกี่ยวข้องกับห้องอื่นๆ นะครับ บางคนขี้หนาว หรือ บางคนอาจจะชอบแอร์เย็นหน่อย ปรับเลือกเอาได้เองเลย อันนี้ถือว่าโหดมากครับ และยังไม่มีในเคบิน First Class อื่นๆ ของสายการบินใดเลย

นอกจากนี้ หน้าจอนี้ยังเป็นปุ่มเปิดปิดไฟตำแหน่งต่างๆ ในห้อง Suite ด้วยนะครับ แยกเปิดปิดได้หลายตำแหน่ง ที่พื้น ที่ผนัง เพดาน ไฟอ่านหนังสือต่างๆ แต่ที่บ้าบอที่สุดก็คือ เราสามารถเลือกเปลี่ยนสีหลอดไฟบนเพดานได้ด้วย (เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ตามความชอบของแต่ละคน) มีให้เลือกทั้งหมด 9 สี หรือจะปรับเป็นโหมด Auto เพื่อปรับตามที่พนักงานต้อนรับเซ็ตเอาไว้ของเคบินหลักก็ได้ โดยการเปลี่ยนสีหลอดไฟนี้ จะเป็นการเปลี่ยนเฉพาะห้องเราห้องเดียวนะครับ ทุกห้องแยกปรับกันโดยอิสระทั้งหมด โหดจริงๆ ครับ

หน้าจอเล็กๆ ตัวนี้ ยังมีบอกสถานะของเที่ยวบิน ว่าเดินทางมาแล้วกี่ชั่วโมง อีกนานแค่ไหนจึงจะถึงที่หมาย กับข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ เช่น ห้องน้ำว่างอยู่รึเปล่า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาลุกไปยืนรอหน้าห้องน้ำครับ

ก่อนออกเดินทาง พนักงานต้อนรับเดินมาสอบถามเครื่องดื่ม welcome drink ซึ่งผมก็ไม่พลาดที่จะรับแชมเปญ Dom Pérignon 2009 มาก่อนหนึ่งแก้ว

ชุดนอนที่ทำให้ผิวชุ่มชื้น?

พนักงานเดินมาอีกครั้ง แจกชุดกระเป๋า amenity ชุดใหญ่ ของ Bulgari พร้อมผ้าปิดตา และ ชุดนอน ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ โดย Emirates เคลมว่า นี่เป็นชุดนอนที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเราได้ (Moisturising Sleepwear) ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Hydro Active Microcapsule Technology ช่วยไม่ให้ผิวหนังของเราแห้งขณะที่โดยสารบนเครื่องบินครับ

เมนูอาหารถูกนำมาแจกให้เช่นกัน มีตัวเลือกค่อนข้างเยอะ และพนักงานให้ข้อมูลว่า เราสามารถเลือกสั่งเมนูไหนก็ได้ เวลาไหนก็ได้ จะมากจะน้อยแค่ไหนก็ได้ อันไหนไม่พอก็สั่งเพิ่ม หรืออันไหนสั่งมาแล้วไม่ชอบ ก็แค่บอกตรงๆ ครับ ไม่มีเวลากำหนด ว่าจะต้องเสิร์ฟหลังเครื่องขึ้น ขึ้นอยู่กับผู้โดยสารแต่ละคนอย่างอิสระ อันนี้ดีมากนะครับ บางคนขึ้นมาอยากนอนเลย ก็ปิดประตูห้อง ปิดไฟ นอนได้เลย ใครหิวอยากกินก่อน ก็สั่งตัวเลือกที่ต้องการมากินได้ตามใจ จะชุดเล็กชุดใหญ่ ก็เลือกผสมกันได้ทุกเมนู โดยไม่รบกวนผู้โดยสารคนที่อยากพักผ่อนด้วย ถูกใจมากครับ

ก่อนเครื่องขึ้น พนักงานจะเดินมาเสิร์ฟอินทผลัม หรือลูก Date พร้อมกาแฟอารบิก ตามแบบฉบับของ Emirates First Class ครับ

บรรยากาศขณะเทคออฟ ตอนประมาณสามทุ่มของเจนีวา ซึ่งข้างนอกมืดสนิทแล้ว แต่กล้องมุมข้างเครื่องบินยังสามารถถ่ายทอดมายังหน้าจอ Virtual Windows ได้อย่างสมจริงมากๆ ผมเผลอนึกอยู่ตลอดว่านั่งอยู่ริมหน้าต่างจริงๆ ครับ

เมื่อเครื่องขึ้นแล้ว ผมเลือกทานก่อนครับ ระหว่างที่สั่งอาหารไป ก็จะมีแชมเปญ พร้อมถั่วนานาชนิดมาเสิร์ฟให้ก่อนเลย

เมื่อพร้อมเสิร์ฟ พนักงานจะมาปูโต๊ะให้ครับ ผมเริ่มจากคาเวียร์ พร้อมเครื่องเคียงครบชุด รสชาติดีมากครับ

ตามมาด้วยสเต๊กเนื้อ สุกกำลังดี อุ่นมาร้อนๆ นุ่ม และเนื้อไม่เหนียวเลย ถือว่าทำได้ดีเช่นกัน (ผิดคาด จากเดิมที่เคยใช้บริการมา ผมไม่ได้คาดหวังอะไรกับอาหารของ Emirates มากนัก)

สเต๊กเนื้อทั้งที ต้องจับคู่ไวน์แดงหน่อยครับ Emirates เสิร์ฟไวน์ Chateau Ducru-Beaucaillou ปี 1985

ผมเลือกผลไม้สดนานาชนิดมาปิดท้ายมื้อนี้ ก่อนเข้านอนครับ

กดเรียกพนักงานผ่านระบบ Video Call!!

ฟีเจอร์ที่บ้าที่สุดของ Emirates First Class แบบใหม่นี้ คือฟีเจอร์ที่เรียกว่า Room Service (แบบโรงแรมน่ะครับ) แต่ว่าเป็นการเรียก Room Service ผ่านทาง Video Call ซึ่งเราสามารถกดเรียกจาก Tablet ข้างๆ เราได้เลย เมื่อกดเรียกแล้ว พนักงานก็จะรับสายและเราสามารถพูดคุยแบบเห็นหน้ากันได้! โหดมากกกกก

ผมกดเรียกพนักงาน เพื่อให้มาปูเตียงให้ที่ห้อง Suites ครับ (ซึ่งจริงๆ พนักงานก็อยู่ใกล้กันมาก 55555) โชว์ความขี้เกียจขั้นสุด และโชว์เทคโนโลยีขั้นสุดของ First Class Cabin ตัวใหม่นี้ได้สุดจริงๆ

Zero-Gravity Full Flat Bed

พนักงานมาที่ห้อง Suites อย่างรวดเร็วครับ เปิดเอาชุดเครื่องนอนที่เก็บไว้ในตู้ ออกมาปูเตียงให้อย่างชำนาญ โดยทาง Emirates เคลมว่า นี่คือที่นั่งที่สามารถปรับนอน ที่ใช้เทคโนโลยีของ NASA ในการปรับให้อยู่ในตำแหน่ง Zero-Gravity ได้ ให้ความรู้สึกเหมือนที่นั่งลอยจากพื้น ให้ความสบายขณะปรับเอนนอน

ปูเตียงเสร็จแล้ว สวยงามน่านอนมากครับ ผ้าปูเตียงนุ่มมาก และผ้าห่มก็หนาแบบพอดิบพอดี ระหว่างนี้ถ้าร้อนไปหรือหนาวไป ก็สามารถปรับอุณหภูมิในห้องได้จากหน้าจอด้านข้างเลย เอาให้เหมาะสมกับเรา รับประกันว่าหลับสบายครับ

ห้องน้ำของ Boeing 777-300ER ขนาดก็จะเล็กหน่อยนะครับ (สู้บน A380 ไม่ได้แน่ๆ ที่มีห้องอาบน้ำเลย) แต่ในเคบินใหม่นี้ก็ถูกออกแบบมาใหม่ทั้งหมด ภายในสวยงามและสะอาดมากครับ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ชุดแปรงสีฟั สบู่ล้างมือเป็นก้อนเล็กๆ น้ำหอม ฯลฯ

กล้องส่องทางไกล สำหรับที่นั่งริมหน้าต่าง

ความโหดอีกอย่างของ Emirates First Class แบบใหม่อันนี้ คือ ที่นั่งริมหน้าต่างทั้ง 4 ที่ จะมีกล้องส่องทางไกลวางไว้ให้ด้วยนะครับ เพื่อที่เราจะสามารถใช้ส่องออกไปชมวิวภายนอกได้ (ไม่ได้ใช้ส่องแอร์โฮสเตสนะ 555) เป็นลูกเล่นเก๋ๆ และน่าจะได้ใช้สำหรับไฟลต์กลางวัน ตอนเครื่องกำลังขึ้น หรือลงจอดครับ ส่วนที่นั่งตรงกลางที่ผมนั่งเนี่ย จะไม่มีมาให้ (เพราะไม่รู้จะเอามาส่องหน้าต่างปลอมไปทำไม) กล้องอันนี้ผมขอยืมที่นั่งริมหน้าต่างมาถ่ายรูปให้ดูครับ

ลืมบอกว่า กล้องส่องทางไกลไม่ได้ให้กลับบ้านนะครับ 555 จะมีพนักงานมาเก็บตอนเครื่องจะลงจอดครับ ท่าทางเขาก็กลัวหายอยู่เหมือนกัน

สรุป

โคตรโหด และ เว่อวังมากๆ ครับ สำหรับ First Class Suites ใหม่ของสายการบิน Emirates ฟีเจอร์จัดเต็มทุกรายละเอียดมาก ให้ความสบายได้สุดมากๆ ลูกเล่นเยอะ ช่องเก็บของเยอะ อาหารหลากหลาย เครื่องดื่มดีงาม และเทคโนโลยีอัดแน่น ยังมีส่วนที่ผมไม่ได้พูดถึงในรีวิวนี้ ที่มีใน First Class รุ่นก่อนๆ เช่น WiFi บนเครื่องบิน ที่ผู้โดยสาร First Class สามารถเล่นได้ฟรี , ช่องเสียบชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ , โปรแกรมความบันเทิง ice ของ Emirates ที่มีหนังและคอนเทนต์ให้ชมเยอะมากๆ ชนิดที่เรียกได้ว่า ไฟลต์ยาวนานแค่ไหน ก็มีอะไรให้ทำแบบไม่เบื่อแน่นอน

ข้อเสียหนึ่งเดียวของ First Class Suites รุ่นนี้ คือในกรณีที่เดินทางมากกว่า 1 คนครับ เพราะทุกคนจะอยู่ในห้องปิด แยกจากกัน ราวกับไม่ได้เดินทางด้วยกัน หาที่นั่งคุยกันลำบากมาก ไม่มีเลานจ์หรือบาร์ให้นั่งคุยกัน ในห้องก็ไม่มีเก้าอี้เล็กๆ อีกตัวที่สามารถนั่งคุยกันได้ ต่างจาก First Class Suites รุ่นก่อนหน้าของ Emirates ทั้งใน Boeing 777-300ER และ Airbus A380 ที่มักจะมี Suites แบบคู่ตรงกลางเครื่องบิน สามารถนั่งคุยกันได้แบบไม่เหงาตลอดไฟลต์

ปัจจุบัน Emirates ทำการบินเครื่องที่ใช้เคบินใหม่นี้ อยู่แค่ 2 เส้นทางครับ คือดูไบ-เจนีวา และ ดูไบ-บรัสเซลส์ โดยจะมีแผนขยายไปเส้นทาง ดูไบ-ลอนดอนสแตนเต็ด (STN) ในปีนี้ รวมถึงมีแผนในการทะยอยปรับเปลี่ยน First Class Suites ในเครื่องบินลำเดิม มาเป็น First Class Suites แบบใหม่ ในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย

ส่วนเรื่องราคา ตอนนี้ค่าตั๋วของเส้นทางที่ใช้ First แบบใหม่นี้ ยังค่อนข้างสูงมากครับ เพราะทาง Emirates ยังไม่ยอมปล่อยที่นั่ง First แบบใหม่ให้ใช้ไมล์แลกเลย ต้องซื้ออย่างเดียวเท่านั้น แถมเป็นคลาส First Flex Plus อีกต่างหาก ซึ่งเมื่อ Emirates มีจำนวนเครื่องบินที่ใช้เคบินใหม่นี้มากขึ้น และเส้นทางหลากหลายมากขึ้น น่าจะเริ่มปล่อยให้แลกไมล์ได้ และมี First Saver มาขายกันครับ

พบกันใหม่รีวิวหน้า สวัสดีครับ

บทความโดย:
อู๋ spin9

The following two tabs change content below.

Comments