รีวิว iMac 27″ Retina 5K (2017) ใหม่สุด แรงสุด จอสวยสุด

ในงาน WWDC 2017 ที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัว iMac รุ่นใหม่ ที่มีการอัปเกรดสเปกให้แรงขึ้นกว่าเดิม ด้วยซีพียูเจเนอเรชั่นใหม่ และได้ปรับปรุงหน้าจอให้เป็นหน้าจอ iMac ที่สวยที่สุดเท่าที่เคยมีมา วันนี้ผมจะรีวิวสุดยอดเครื่องเดสก์ท็อป all-in-one ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากอย่างเจ้า iMac 27″ Retina 5K โมเดลล่าสุดให้ชมครับ

iMac รุ่นปี 2017 นี้ เน้นการปรับปรุงหลักๆ 2 อย่างครับ นั่นคือ หน้าจอ และ ประสิทธิภาพของตัวเครื่อง โดยยังไม่มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์แต่อย่างใด (ใช้ดีไซน์แบบ Slim Unibody Aluminum มาตั้งแต่ปลายปี 2012) โดยสิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลักๆ ดังนี้

  • ซีพียูเจเนอเรชั่นใหม่ 7th Gen. Intel Core Processor (Kaby Lake) ทุกโมเดล
  • ใช้แรมแบบ DDR4 และให้แรมติดเครื่องมามากกว่าเดิมเท่าตัว
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของ SSD ให้เร็วขึ้นอีก 50% และเลือกใช้ Fusion Drive เป็นรุ่นมาตรฐาน
  • ชิปประมวลผลกราฟฟิก เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก และเป็นครั้งแรกที่ iMac ในรุ่น 21.5 นิ้ว Retina 4K มีชิปกราฟฟิกแบบแยกต่างหาก
  • หน้าจอแบบใหม่ ความสว่าง 500 nits ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และสว่างกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 43%
  • เป็นครั้งแรกที่หน้าจอแสดงสีได้มากถึง 1 พันล้านสี
  • เพิ่มพอร์ต Thunderbolt 3 (หัวแบบเดียวกับ USB-C) จำนวน 2 พอร์ต ในทุกรุ่น
  • มีออปชั่นเสริมตัวใหม่ เป็น Magic Keyboard ไร้สาย แบบที่มีปุ่มตัวเลขแล้ว (ขายแยกต่างหาก)

iMac 27″ Retina 5K (Mid-2017)

เรามาแกะกล่องพร้อมกันเลยครับ iMac 27″ Retina 5K รุ่นปรับปรุงใหม่นี่ยังคงแพ็กมาในกล่องกระดาษที่มีหูหิ้วเหมือนเดิม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ iMac มายาวนานครับ เวลาต้องการเคลื่อนย้ายเครื่อง ก็สามารถแพ็กเครื่องกลับมาใส่กล่องนี้ เพื่อใช้หิ้วไปมาได้อย่างง่ายดาย

ภายในแพ็กมาอย่างเนี๊ยบเลยครับ มีบล็อกโฟมป้องกันการกระแทกอย่างแน่นหนา และมีกระดาษป้องกันรอยที่หน้าจอปิดมาอย่างเรียบร้อย

ในกล่อง มีอุปกรณ์มาให้น้อยมากตามสไตล์ Apple ครับ คือตัวเครื่อง iMac 27″ Retina 5K, สายไฟ, และกล่องใส่ Magic Keyboard + Magic Mouse เท่านั้น เรียบง่ายสุดๆ

ตัวเครื่อง เมื่อวางบนโต๊ะแล้ว ก็ถือเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามเลยนะครับ แม้ว่าดีไซน์นี้จะใช้มาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังคงความคลาสสิคอยู่เหมือนเดิม โดยเฉพาะเมื่อใช้กับชุดคีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สาย ก็จะเหลือเพียงแค่สายไฟจากหลังเครื่อง iMac เท่านั้น

มุมมองจากด้านข้างของตัวเครื่อง จะค่อยๆ ไล่ความหนาไปบริเวณกึ่งกลาง โดยทิ้งของของตัวเครื่องให้บางที่สุดเท่าที่จะทำได้

สิ่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นปี 2017 นี้ ก็คือพอร์ต Thunderbolt 3 (หัวแบบเดียวกับ USB-C) อีก 2 พอร์ตครับ ซึ่งเพิ่มเติมจากพอร์ตเดิมโดยไม่ได้ตัดพอร์ตอะไรออกเลย เท่ากับว่า iMac รุ่นปี 2017 นี้ มีครบทั้งช่องเสียบหูฟัง, ช่องอ่าน SDXC Card, USB 3.0 จำนวน 4 ช่อง, Thunderbolt 3 จำนวน 2 ช่อง และ ช่องเสียบสาย LAN วางตำแหน่งอยู่ด้านหลังของตัวเครื่อง

บริเวณกึ่งกลาง เป็นช่องเสียบสายพาวเวอร์ ที่สามารถร้อยผ่านรูกลมๆ ที่ขาตั้ง ไม่ให้สายมากองกับพื้น หากเก็บสายดีๆ จะทำให้โต๊ะทำงานดูสวยงามขึ้นมากครับ และในรุ่นนี้ยังมีช่องสำหรับเปลี่ยน/เพิ่ม RAM ได้อยู่เหมือนเดิม เปิดมาจะมีสล็อตใส่แรมจำนวน 4 แถว โดยในรุ่น 21.5 นิ้วจะเพิ่มได้สูงสุด 32GB (8GB x4) และในรุ่น 27 นิ้ว จะเพิ่มได้สูงสุด 64GB (16GB x4) เลยครับ

Magic Keyboard + Magic Mouse 2 (Bundled)

ในกล่องยังมี Magic Keyboard กับ Magic Mouse 2 รุ่นใหม่ติดมาให้อย่างละ 1 ตัว ซึ่งชุดที่ติดมากับตัวเครื่อง iMac นี้ จะทำการ Pair มาให้เรียบร้อยแล้ว เปิดเครื่องก็ใช้งานได้เลยครับ ทั้งเมาส์และคีย์บอร์ด เป็นแบบไร้สาย สามารถชาร์จได้ด้วยพอร์ต Lightning แบบเดียวกับไอโฟน อายุการใช้งานต่อการชาร์จ 1 ครั้ง หากใช้งานปกติจะอยู่ได้ประมาณ 1 เดือนครับ

Magic Keyboard ที่มากับ iMac รุ่นนี้ จะมีการเปลี่ยนการพิมพ์ Layout เล็กน้อยที่ปุ่ม Capslock ครับ คือจะมีสัญลักษณ์ ก/A พิมพ์กำกับไว้ เพื่อที่เราสามารถเลือกใช้ปุ่ม Capslock นี้เป็นปุ่มเปลี่ยนภาษาได้ และหากกดค้างถึงจะเป็นการเปิดการทำงานของ Capslock

NEW! Magic Keyboard with Numeric Keypad

ของใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวพร้อมกับ iMac เจเนอเรชั่นล่าสุดนี้ คือ Magic Keyboard รุ่นที่มีแป้นตัวเลขครับ ทำงานเหมือนกับ Magic Keyboard ไร้สายรุ่นปกติ แต่ว่าเป็น Keyboard แบบยาว ที่มีปุ่ม Cursor ลูกศรแบบเต็ม และยาวไปจนถึงแป้นตัวเลขเลย เหมาะสำหรับคนที่ใช้งานแป้นตัวเลขเป็นประจำ ตอนนี้มีให้เลือกเป็นแบบไร้สายแล้ว

Magic Keyboard with Numeric Keypad ตอนนี้มีเลย์เอ้าท์ภาษาไทยวางขายแล้วด้วยนะครับ เปิดราคา 4,500 บาท ต้องซื้อแยก ไม่มีแถมมากับ iMac ครับ

Display

ความสวยงามของหน้าจอแบบใหม่ใน iMac รุ่นปี 2017 นี่ถือว่าเป็นจุดเด่นที่สุดของโมเดลนี้เลยครับ เป็นครั้งแรกที่ Apple เคลมว่าสามารถแสดงสีสันได้มากถึง 1 พันล้านสี บนหน้าจอของ iMac โดยมีขอบเขตสีในระดับ P3 wide color gamut และยังเพิ่มความสว่างสูงสุดของหน้าจอไปถึงระดับ 500 nits หรือสว่างกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ถึง 43% ซึ่งมันแทบจะไม่ต้องพิสูจน์ด้วยวิธีการซับซ้อนเลยครับ เพราะมันแสดงให้เห็นได้ชัดๆ ตั้งแต่เริ่มใช้งาน จอสวยมาก สว่างมาก และ ภาพเดิมๆ ที่เราคุ้นเคยจากหน้าจออื่นๆ มาก่อน พอมาเจอหน้าจอของ iMac รุ่นใหม่นี้ ผมเห็นถึงความแตกต่างได้เลย รายละเอียดที่ถ่ายทอดมาผ่านหน้าจอความละเอียด 5K (5120 x 2880 พิกเซล) กับขอบเขตสีที่มันสามารถแสดงได้นี่เปิดโลกใหม่จริงๆ ครับ

ผมทดลองปรับแต่งภาพ จาก Adobe Lightroom รวมถึงวิดีโอใน Final Cut Pro X ที่ผมใช้อยู่เป็นประจำ ยังไม่นับถึงประสิทธิภาพในการประมวลผลที่แรงขึ้นนะครับ เอาแค่ความสวยงามของหน้าจอ ก็สร้างความแตกต่างได้อย่างมากแล้ว

Performance

จุดที่มีการปรับปรุงใหญ่อีกอย่างของ iMac ปี 2017 ก็คือเรื่องของประสิทธิภาพครับ มีการอัปเกรดซีพียูมาเป็น 7th Generation Intel Core Processor ทุกโมเดล ความแรงโดยรวมถือว่ามาเต็มครับ เพราะไม่ใช่แค่ซีพียูที่อัปเกรดมาเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ แต่ว่าหน่วยความจำหรือแรม ก็ขยับขึ้นมาเป็น DDR4 และให้ความจุมาตรฐานมา 8GB (มากกว่ารุ่นเดิมเท่าตัว) ชิปกราฟฟิกเป็น Radeon Pro 570/575/580 ที่แรงขึ้น และ ยังมีการปรับความเร็วของ SSD ให้แรงขึ้นอีก 50%

ผมทดลองตัดต่อวิดีโอความละเอียด 4K ที่ถ่ายมาจากกล้อง Sony A7R II ที่ผมใช้อยู่เป็นประจำ ใน Final Cut Pro X ที่แสดงประสิทธิภาพของหน้าจอ Retina 5K ได้อย่างเต็มเหนี่ยว เพราะมันสามารถพรีวิววิดีโอที่ความละเอียดจริงบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ และยังเหลือพื้นที่บนหน้าจอสำหรับอินเทอร์เฟซต่างๆ ของ Final Cut Pro X ได้อีก เวลาปรับแต่งอะไรก็จะปรับแล้วเห็นผลทันที ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้ควบคู่กับพลัง Processor ที่แรงมากพอในการที่จะเรนเดอร์วิดีโอ 4K ออกมาได้แบบเรียลไทม์ด้วย และ iMac 27″ Retina 5K รุ่นปี 2017 ตัวนี้ ก็ตอบโจทย์การทำงานลักษณะนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่มีข้อสงสัย

การตัดต่อรูปใน Adobe Lightroom เช่นกัน ที่ได้อานิสงส์จากขอบเขตในการแสดงสีที่แม่นยำมากขึ้นในหน้าจอตัวนี้ ใครที่ใช้ Lightroom บ่อยๆ จะรู้ว่า ความสุขของการรีทัชรูปนั้น อยู่ที่พลังของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนนึงเลยนะ เวลากดปรับแต่งอะไรแล้วมันแสดงผลให้แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องรอมันโหลด แถมยังได้ความแม่นยำของสีสันด้วยนี่ยิ่งทำงานได้ง่ายขึ้น สนุกขึ้นเยอะครับ ความแตกต่างที่ได้ คือเราก็จะสามารถลองปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น (แบบไม่ขี้เกียจ เพราะมันไม่ต้องรอโหลด) ลองจนกว่าจะพอใจ แล้วหาค่าการปรับแต่งที่ดีที่สุด ทำให้เรารีทัชรูปได้ดีขึ้นกว่าการใช้งานบนเครื่องที่โหลดช้าๆ หรือ แสดงสีสันได้ไม่สมจริงเป็นอย่างมากเลยครับ

แล้วคนที่ไม่ได้ทำงานรีทัชรูป หรือ ตัดต่อวิดีโอล่ะ?

สเปกเริ่มต้นของ iMac รุ่นปี 2017 เป็นตัวเลือกที่ดีของคนที่ไม่ได้ใช้งานหนักหน่วงเช่นงานกราฟฟิก หรือ วิดีโอครับ เริ่มจากรุ่นขนาด 21.5 นิ้ว หน้าจอ Full HD ปกติ (ไม่ใช่ Retina 4K) เปิดราคาน่าคบหาที่ 40,900 บาท ได้ซีพียูสเปกใหม่ แรม DDR4 ขนาด 8GB และ พอร์ตเชื่อมต่อที่รองรับอนาคตได้อีกยาวนาน ส่วนรุ่นขนาดหน้าจอ 27 นิ้ว จะเริ่มต้นเป็นหน้าจอ Retina 5K แบบใหม่เลย เปิดราคาเริ่มต้น 65,900 บาท

คนที่ใช้งานกราฟฟิก และใช้งาน iMac อยู่เป็นประจำแล้ว ต้องการอัปเกรดมาใช้รุ่นปี 2017 ผมขอแนะนำให้ดู 2 เรื่องหลัก คือ เรื่องของหน้าจอแบบใหม่ กับ ประสิทธิภาพการประมวลผลที่แรงขึ้น หากใครที่ใช้ iMac รุ่นที่ยังไม่เก่ามากนัก (เช่นรุ่นปีที่แล้ว) อาจจะเห็นผลได้ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ยกเว้นจะเลือกปรับสเปกในรุ่นแรงจริงๆ และเลือกใช้ SSD เป็นหลัก แต่ถ้าใครใช้ iMac รุ่นหลายปีมาแล้ว อัปเกรดมาเป็นรุ่นนี้ ไม่ผิดหวังแน่ครับ เอาแค่ความสวยงามของหน้าจอ และความแม่นยำของสีที่ได้ ก็กินขาดแล้ว

iMac Pro รุ่นโพรโตไทป์ ที่ Apple นำมาโชว์ในงาน WWDC 2017 เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ส่วนใครที่ใช้งานในระดับ professional ต้องการพลังในการประมวลผลในระดับสูงมากๆ และยังรอได้ ต้องอดใจรอ “iMac Pro” เครื่องสีดำ สเปกเทพ เตรียมใช้ซีพียู Intel Xeon สูงสุดถึง 18 คอร์ รองรับแรมได้สูงสุด 128GB พร้อมชิปกราฟฟิก Radeon Pro Vega ที่จะเปิดตัวและวางขายอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้

พบกันใหม่รีวิวหน้า สวัสดีครับ

บทความโดย:
อู๋ spin9

The following two tabs change content below.

Comments