รีวิว HUAWEI nova 5T สมาร์ทโฟนหมื่นต้นๆ ที่คุ้มที่สุดในเวลานี้

รีวิววันนี้ พบกับ HUAWEI nova 5T ที่ได้รับการพูดถึงเยอะมากๆ ตั้งแต่วันเปิดตัวเลยนะครับ ซึ่ง HUAWEI วางสินค้าในซีรีส์ nova ได้เป็นอย่างดีในช่วงที่ผ่านมา ด้วยการเป็นสมาร์ทโฟนระดับราคาคุ้มค่า สำหรับผู้ที่มองหาเครื่องในระดับราคาหมื่นต้นๆ แต่ได้สเปกระดับสูง ใกล้เคียงกับระดับแฟลกชิปสมาร์ทโฟน

Disclosure: บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจาก HUAWEI

ที่บอกว่าสเปกใกล้เคียงกับระดับแฟลกชิป เนื่องมาจาก HUAWEI nova 5T เครื่องนี้ นำ “ซีพียู” ที่ใช้ในรุ่นแฟลกชิปอย่าง HUAWEI P30 Pro มาใส่ให้ใช้งานครับ ทำให้ในด้วยราคาที่ถูกกว่า ถ้าไม่นับ Mate 30 Pro ที่เพิ่งเปิดตัวมากับซีพียู Kirin รุ่นใหม่ nova 5T รุ่นนี้ถือว่าใช้ซีพียูระดับท็อปสุดของ HUAWEI เลย

HUAWEI nova 5T ถือเป็นรุ่นที่ต่อเนื่องมาจาก nova 4 ที่นำมาปรับปรุง ใส่ใจในรายละเอียดหลายๆ จุดมากขึ้น โดยยังยึดรูปแบบการซ่อนกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ไว้ใต้หน้าจอที่มุมซ้ายบน (Punch Display) เพราะ HUAWEI สำรวจแล้วว่าเป็นจุดที่เวลาใช้งานแล้วผู้ใช้จะไม่รู้สึกสะดุดตามากที่สุด

ขนาดหน้าจอของ nova 5T จะอยู่ที่ 6.26 นิ้ว ให้ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080) ถือว่าปรับลดลงเล็กน้อย ขอบตัวเครื่องโค้งรับมือ ตัวเครื่องบาง 7.87 มิลลิเมตร ช่วยให้เวลาถือใช้งานไม่ต้องกังวลว่าเครื่องจะหลุดมือ โดยเฉพาะเวลาจับถือในแนวนอนเพื่อเล่นเกม

สิ่งที่ HUAWEI เพิ่มขึ้นมาใน nova 5T รุ่นนี้คือการใส่เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ไว้ที่ขอบเครื่องทางด้านขวา เพื่อช่วยให้เวลาใช้งานสามารถปลดล็อกเครื่องได้ทันทีที่จับเครื่องขึ้นมา และแน่นอนว่าตัวเครื่องยังรองรับการสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อกได้เช่นกัน

ฝาหลังมีเอกลักษณ์ เปิดศักราชใหม่ของ nova series

ไฮไลต์ ในส่วนของการออกแบ HUAWEI nova 5T คือส่วนของฝาหลังเครื่องที่มีการนำกระจก Meterial Glass แบบสะท้อนแสงมาใช้ เพื่อเน้นความเป็นเอกลักษณ์ ด้วยลูกเล่นจากแสงที่ตกกระทบออกมาเป็นเอฟเฟกต์โฮโลกราฟิก 3 มิติ

อย่างในเครื่องนี้ เป็นสีพิเศษที่เรียกว่า ‘Midsummer Purple’ ที่ซ่อนความพิเศษไว้กับ Texture ที่สะท้อนออกมาเป็นโลโก้ ‘nova’ แบบลายโมโนแกรม และยังมีสีสันอื่นๆ ให้เลือก ทั้ง Crush Blue และ Black ที่จะสะท้อนแสงออกมาเป็นแฉกๆ

นอกจากฝาหลังที่มีความพิเศษแล้ว ในส่วนของกล้อง nova 5T ก็เป็นจุดที่มีความพิเศษไม่แพ้กัน ด้วยการที่ใส่กล้องหลังมาให้ถ่ายภาพกันถึง 4 เลนส์ ไล่จากเลนส์บนสุดคือ กล้องมุมกว้าง (Ultra-Wide) 16 ล้านพิกเซล ตามด้วยกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล  กล้องวัดระยะ (Depth Sensor) 2 ล้านพิกเซล ไฟแฟลช และมีกล้องมาโคร (Macro) 2 ล้านพิกเซล แยกออกมาอยู่ข้างๆ กับกล้องวัดระยะ

ใส่ AI ช่วยทั้ง 5 กล้อง

เมื่อ HUAWEI nova 5T เลือกนำชิปเซ็ตระดับสูงอย่าง Kirin 980 มาใช้ แล้วทำไมความสามารถในการประมวลผล AI จะไม่ตามมา ด้วยเหตุนี้ทำให้กล้องทั้ง 5 ของ nova 5T มากับการประมวลผลที่นำ AI มาช่วย ทำให้นอกจากเลนส์ที่ช่วยเก็บรายละเอียดของภาพได้ดีแล้ว การประมวลผลภายในตัวเครื่องมาช่วยให้ nova 5T เก่งขึ้นไปอีก ทำให้ผมคิดว่าตามติดรุ่นพี่อย่าง P30 Pro ได้สบายๆ เพราะอย่างลืมว่าด้วยราคาที่ถูกกว่ากันค่อนข้างเยอะ ถ้าใครที่งบไม่ถึง P30 Pro ก็หันมาเลือกรุ่นนี้ใช้งานแทนกันได้สบายๆ

โดยเฉพาะในโหมด AI Ultra Clarity ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายภาพบนความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ที่เก็บรายละเอียดได้ครบมาก ส่วนโหมดถ่ายภาพมุมกว้าง และมาโคร ที่ให้มาถึงแม้จะมีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว

และสำหรับสายวิดีโอ ความพิเศษอีกอย่างของ nova 5T คือมากับระบบป้องกันการสั่นไหวสำหรับบันทึกวิดีโอแบบ EIS ที่มีให้ใช้กันทั้งกล้องหน้าที่ความละเอียด 1080p 30fps และกล้องหลังความละเอียด 1080p 30/60fps และรองรับความสามารถในการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K 30fps

ซีพียูแรง ในราคา 10,990 บาท

มาดูกันที่ที่สเปกของ HUAWEI nova 5T ซึ่งเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้เลยครับ คือการนำชิปเซ็ต Kirin 980 ที่ใช้ใน Mate20 Pro และ P30 Pro มาใช้งาน ด้วยจุดเด่นที่มีการนำ AI มาช่วยในการประมวลผลคู่กับสถาปัตยกรรมแบบ 7 นาโนเมตร ทำให้ทั้งเร็ว และประหยัดแบตเตอรีในเวลาเดียวกัน

นอกจากซีพียูในระดับแฟลกชิปแล้ว nova 5T ยังใส่แรม มาให้ 8GB และหน่วยความจำภายในตัวเครื่องอีก 128 GB เมื่อรวมกับจีพียู Mali-G76 ฟีเจอร์อย่าง GPU Turbo 3.0 ที่ดึงความสามารถของซีพียูมาช่วย ทำให้ตอบโจทย์ในเรื่องของการเล่นเกมได้อย่างสบายๆ

ด้วยไฮไลต์ในจุดนี้เองทำให้ HUAWEI nova 5T กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นกว่าใครในสมาร์ทโฟนระดับราคาเดียวกัน เพราะด้วยเงิน 10,990 บาท แต่ได้ซีพียูระดับแฟลกชิปราคาเกิน 20,000 บาท ถือว่า HUAWEI ทำราคารุ่นนี้ออกมาได้น่าสนใจมากๆ ครับ

เล่นเกมเพลินแบตฯ หมด มีชาร์จไวให้

การที่ nova 5T ให้แบตขนาด 3,750 mAh มาใช้งาน ถ้าในการใช้งานทั่วๆไป ด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรของซีพียูทำให้สามารถใช้งานได้ตลอดวันสบายๆ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เล่นเกม หรือใช้งานหนักๆ เชื่อว่าสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในตลาดเวลานี้เจอปัญหาเดียวกัน

HUAWEI เลยแก้เกมมาให้ด้วยการใส่ระบบ HUAWEI Super Charge 22.5W มาให้ ทำให้สามารถชาร์จได้เร็ว 0-50% ในเวลา 30 นาที โดยระบบนี้ผ่านการรับรองความปลอดภัยจาก TÜV Rheinland มาแล้ว และถือว่าเร็วกว่าแทบทุกรุ่นในราคาระดับเดียวกัน

การันตีใช้งานทุกแอปพลิเคชันได้ รับประกัน 2 ปีเต็ม

HUAWEI nova 5T ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 ที่ครอบด้วย EMUI 9.1 และจะได้รับการอัปเกรด EMUI 10 ในอนาคต ซึ่ง EMUI ทุกรุ่นจะถูกปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ และการใช้งานที่ง่ายขึ้น

แต่ว่ามีประเด็นที่เชื่อว่าผู้ซื้อ HUAWEI หลายๆคนในเวลานี้เป็นกังวลกัน คือเรื่องของการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ สิ่งที่ HUAWEI ออกมาทำ และช่วยให้ผู้ใช้งานอุ่นใจได้เลยว่าจะสามารถใช้งานทุกแอปพลิเคชันเช่น กูเกิล เพลย์ (Google Play), จีเมล (Gmail), กูเกิล แมปส์ (Google Maps), กูเกิล แกลเลอรี (Google Gallery), กูเกิล โครม (Google Chrome), ยูทูป (YouTube), เฟสบุ๊ค (Facebook), อินสตาแกรม (Instagram), และวอทส์แอป (WhatsApp) ได้แน่นอน

โดยภายในช่วง 2 ปีข้างหน้านับจากวันที่ซื้อเครื่อง ถ้าไม่สามารถใช้งานแอปเหล่านี้ได้ตามปกติ โดยที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากปัญหาของแอปนั้นๆ ทาง HUAWEI พร้อมที่จะคืนเงินเต็มจำนวน 100% ให้ทันที สำหรับลูกค้าที่ซื้อเครื่องก่อน 31 ธันวาคม 2562

ในจุดนี้ผมมองว่า HUAWEI ค่อนข้างเข้าใจผู้บริโภค และเชื่อว่าเป็นสัญญาณที่ดีของการซื้อสมาร์ทโฟน HUAWEI ที่จะมั่นใจได้ว่าสามารถใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆได้อย่างเต็มที่แน่นอน

ราคาพร้อมแพ็กเกจรายเดือนที่น่าสนใจ

ในการจำหน่าย HUAWEI nova 5T สำหรับผู้ที่ใช้งานแพ็กเกจรายเดือนของเครือข่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น AIS dtac และ TrueMove H จะสามารถเลือกซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจ เพื่อรับส่วนลดค่าเครื่องได้สูงสุดถึง 7,000 บาท ทำให้สามารถได้เครื่องราคาต่ำสุดคือ 3,990 บาทเท่านั้น

โดยในส่วนของ AIS จะให้ส่วนลดค่าเครื่องระหว่าง 3,000 – 5,000 บาท เมื่อสมัครใช้แพ็กเกจรายเดือน 449 – 849 บาทขึ้นไป ทำให้ราคาเครื่องจะอยู่ที่ 7,990 – 5,990 บาท

ส่วน dtac ให้ส่วนลดระหว่าง 3,000 – 7,000 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 699 – 1,099 บาท ทำให้ราคาเครื่องอยู่ระหว่าง 7,990 – 3,990 บาท

และ TrueMove H ที่ให้ส่วนลดระหว่าง 3,500 – 6,500 บาท เริ่มตั้งแต่แพ็กเกจ 499 – 1,099 บาท โดยราคาเครื่องจะอยู่ที่ 7,490 – 4,490 บาท ทุกค่ายติดสัญญา 12 เดือนเท่ากันทั้งหมด ใครที่ใช้แพ็กเกจในช่วงราคาใกล้เคียงนี้อยู่แล้ว ถือการซื้อร่วมกับโอเปอเรเตอร์นี้เป็นส่วนลดเพิ่มเติมได้ครับ

สรุปจากประสบการณ์ใช้จริง

HUAWEI nova 5T นี้ถือว่าให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการใช้งาน P30 Pro ในหลายๆด้าน โดยเฉพาะเรื่องของประสิทธิภาพตัวเครื่อง ที่นอกจากเร็วแล้ว เวลาในการใช้งานแบตเตอรีก็ทำออกมาได้ดีครับ

ส่วนของกล้องแม้ว่าจะยังเทียบกับ P30 Pro ได้ไม่เต็มปากนักเพราะราคาเครื่องที่ห่างกัน แต่ถ้าวัดกับสมาร์ทโฟนในระดับราคาใกล้เคียงกันแล้ว เชื่อว่า nova 5T ไม่แพ่ใครแน่นอน แถมยังได้สนุกกับการถ่ายทั้ง Ultra-Wide และ Macro เพิ่มเติมด้วย

รวมๆแล้ว ผมยกให้ nova 5T น่าจะเป็นสมาร์ทโฟนระดับราคา 10,990 บาทที่คุ้มค่าที่สุดในเวลานี้ เพราะให้มาครบถ้วนทั้งเรื่องสเปกเครื่อง กล้อง และดีไซน์ฝาหลังที่ออกแบบมาใหม่ ถ้าใครที่มีงบจำกัด และอยากได้เครื่องที่ครบเครื่อง ผมว่า HUAWEI nova 5T ควรอยู่ในตัวเลือกลำดับต้นๆ ของการตัดสินใจเลือกซื้อเลยล่ะครับ