จะซื้อโทรศัพท์ Huawei ยังต้องกังวลอยู่อีกไหม?

กรณีพิพาทระหว่างหัวเว่ยกับรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศขึ้นบัญชีดำ ระงับความร่วมมือทางธุรกิจกับ Huawei จนตามมาด้วยข่าวที่ถูกพูดถึงกันไปทั่วโลกว่า Huawei จะไม่สามารถใช้ระบบปฏิบัติการ Android ของ Google ได้อีกนั้นก็คงทำให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจว่าถ้าหากซื้อสมาร์ทโฟน Huawei ไปแล้วอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป หรือหากกำลังพิจารณาอยากซื้อมาใช้สักเครื่อง จะยังควรเดินหน้าซื้อต่อไป หรือหันไปใช้แบรนด์อื่นดี? วันนี้เรามาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันครับ

Disclosure: บทความนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก HUAWEI

สถานการณ์ล่าสุด

เรื่องดูจะคลี่คลายลงไปได้เปลาะใหญ่หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้พูดคุยกับ สี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีของจีน ในการประชุมผู้นำ G20 ที่ญี่ปุ่น ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าทางการยินยอมให้บริษัทสหรัฐฯ กลับมาทำการค้าขายกับจีนได้แล้ว ด้วยการผ่อนปรนมาตรการสั่งห้ามทางการค้าระหว่างสองประเทศ แม้ว่าจะยังไม่มีการลงรายละเอียดลึกไปกว่านั้นแต่นี่ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่า Huawei สามารถกลับมาทำการค้าขายกับบริษัทสหรัฐฯ ได้แล้ว ซึ่ง Google เจ้าของระบบปฏิบัติการ Android ก็เป็นหนึ่งในนั้น และต้องไม่ลืมว่าไม่นานหลังจากที่ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการค้าในตอนแรก สหรัฐฯ ก็ยอมอ่อนข้อ ผ่อนผันเลื่อนระยะเวลามาแล้วรอบหนึ่งด้วย 

วิธีรับมือของ Huawei 

แน่นอนว่าข่าวใหญ่ขนาดนี้ก็ย่อมมีผลกระทบไม่น้อยต่อยอดขายสมาร์ทโฟนของ Huawei ในช่วงที่ฝุ่นยังตลบและไม่มีทางออกที่เห็นได้อย่างชัดเจน ผู้บริโภคก็ชะลอการตัดสินใจซื้อสินค้าของ Huawei ออกไปก่อน เพื่อรอดูท่าทีว่า Huawei จะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร ทาง Huawei จึงออกมายืนยันอย่างแน่นหนักว่าจะเดินหน้าและไม่ทิ้งธุรกิจมือถือแน่นอน พร้อมกับออกมาตรการต่างๆ เพื่อเป็นการแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าบริษัทจะรับผิดชอบต่อสินค้าและบริการของตัวเองอย่างถึงที่สุด ด้วยนโยบายดังต่อไปนี้ 

1. ลูกค้าเก่าอุ่นใจลูกค้าใหม่ยังซื้อได้

ลูกค้าที่ถือสมาร์ทโฟน Huawei อยู่ในมืออยู่แล้วจะเห็นว่าเครื่องสามารถอัปเดตระบบปฏิบัติการเป็น EMUI 9.1 ที่มีพื้นฐานอยู่บน Android 9.0 Pie ได้ตามปกติในรุ่นที่รองรับส่วนลูกค้าใหม่ที่กำลังเล็งจะซื้อสมาร์ทโฟน Huawei รุ่นที่เปิดตัวออกมาแล้ว ก็ได้รับการยืนยันในแบบเดียวกันว่าจะสามารถอัปเดตระบบปฏิบัติการ ซอฟท์แวร์ด้านความปลอดภัย และได้รับบริการหลังการขายตามปกติ และเพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้อีกระดับ พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายของ Huawei ในประเทศไทย ก็ร่วมมือร่วมใจกันออกแคมเปญรับประกัน สำหรับลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ Huawei ในประเทศไทย ถ้าหากพบว่ามีปัญหาด้านการใช้งานหรืออัปเดตแอปจาก Google Play อย่างเช่น Gmail, YouTube, Facebook หรือ Instagram ก็จะสามารถได้รับคืนเงินเต็มจำนวนเป็นเวลา 2  ปี 

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังมีแคมเปญส่งเสริมการขาย ‘Huawei Grand Sale 2019’ ซึ่งนอกจากจะมีดีลราคาพิเศษสำหรับสินค้าหลากหลายรุ่นแล้ว ยังได้ลุ้นรถยนต์ BMW หนึ่งคันให้ลูกค้าผู้โชคดีด้วย

2. Huawei ยังออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง

เพื่อให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ Huawei หยุดชะงักในด้านการออกนวัตกรรม Huawei จึงยังคงประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เช่นMediaPad M5 Lite ที่เปิดตัวในงาน Thailand Mobile Expo, Huawei Y9 Prime 2019 และโทรศัพท์ภายใต้แบรนด์ Honor ตามตลาดต่างๆ ทั่วโลก ก็ยังคงทยอยออกมาอย่างไม่ขาดสาย และยังคงรันบนระบบปฏิบัติการ Android ด้วย 

ส่วน Huawei Mate X ก็รอเปิดตัวสู่สายตาผู้บริโภคอยู่อีกแค่ไม่กี่เดือนข้างหน้านี้เอง ในขณะที่สมาร์ทโฟนพับได้อีกแบบก็ยังอยู่ในแผนการพัฒนาและได้จดสิทธิบัตรไปแล้วเรียบร้อย 

3. ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ด้านโทรคมนาคม

Huawei Mate 20X Pro 5G ได้รับการเลือกจากโอเปอเรเตอร์อย่าง AIS และ True ในการใช้เพื่อทดสอบเทคโนโลยีเน็ตเวิร์ก 5G ล่าสุด ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะเปิดตัวเร็วๆ นี้ทันทีที่โอเปอเรเตอร์มือถือในไทยเปิดให้บริการสัญญาณบนเครือข่าย 5G อย่างเป็นทางการ 

สรุป

ท่าทีที่ผ่อนปรนลงของสหรัฐอเมริกาประกอบกับความพยายามของ Huawei ในการแก้ไขปัญหาทุกๆ ด้าน ซึ่งเราทราบได้จากทั้งข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่า Huawei พยายามเร่งที่จะยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเองให้ได้มากที่สุดด้วยการพัฒนาระบบปฏิบัติการและชิปของตัวเอง ไปจนถึงการออกมาให้ความมั่นใจต่อผู้บริโภค และการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อประกาศนโยบายรับประกัน ก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้ลูกค้า Huawei ทั้งในปัจจุบันและอนาคตวางใจได้ว่ายังสามารถใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Huawei ได้ต่อไปอย่างไม่มีสะดุดครับ

ถ้าถามผมว่า หากวันนี้ มีโทรศัพท์ Huawei รุ่นใหม่ออกมา ผมกล้าซื้อไหม ก็ตอบได้เลยว่า กล้าซื้อและจะซื้อครับ

The following two tabs change content below.