รอดอีกหลายชีวิต ถ้าทิ้งของทุกอย่าง

เมื่อวันเสาร์ที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุเครื่องบินพาณิชย์ของสายการบิน Aeroflot รัสเซียลงจอดฉุกเฉิน กระแทกรันเวย์อย่างรุนแรงจนเครื่องยนต์ลุกไหม้ และลามอย่างรวดเร็ว จนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 40 คน โดยภาพวิดีโอจากผู้โดยสารที่รอดชีวิตแสดงให้เห็นว่า อาจมีคนรอดมากกว่านี้ ถ้าไม่ห่วงกระเป๋าสัมภาระ ที่ทำให้การอพยพล่าช้าลง

ถ้าใครเคยตั้งใจดูวิดีโอสาธิตเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินบนเครื่องบิน จะมีประโยคหนึ่งที่ย้ำว่า “ห้ามนำสัมภาระติดตัวไป ถอดรองเท้าส้นสูง และตรงไปที่ทางออกฉุกเฉินที่ใกล้ตัวท่าน” ซึ่งจากเหตุการณ์เครื่องบินลงจอดฉุกเฉินที่ผ่านมาหลากหลายครั้งในประวัติศาสตร์ มักจะมีภาพของผู้โดยสารที่อพยพลงจากเครื่องบินพร้อมกระเป๋าเป้ กระเป๋าเดินทางแบบลากอยู่เป็นประจำ และนั่น อาจทำให้ผู้โดยสารอีกหลายชีวิตในเครื่องบิน หนีออกมาไม่ทัน จนถึงขั้นเสียชีวิต

Aeroflot เที่ยวบินที่ SU1492
ภาพ: east2west news

เมื่อเครื่องบินลงจอดฉุกเฉิน ทุกคนมีเวลาจำกัดอย่างมากในการที่จะหนีให้พ้นจากเครื่องบิน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับไฟไหม้เครื่องยนต์ เพราะจากสถิติพบว่า ผู้โดยสารส่วนมากไม่ได้เสียชีวิตจากแรงกระแทกในการลงจอดฉุกเฉิน แต่เสียชีวิตจากการสำลักควัน และความล่าช้าในการอพยพมากกว่า

การฝึกการอพยพในเครื่องบินพาณิชย์ ลูกเรือจะถูกฝึกให้สามารถอพยพผู้โดยสารในเครื่องบินทั้งลำได้ภายในระยะเวลา 90 วินาทีครับ ย้ำนะครับ “ทั้งลำ ภายใน 90 วินาทีเท่านั้น” โดยมีเงื่อนไขของแต่ละเหตุการณ์ที่แตกต่างกันไป เพราะในสถานการณ์จริง อาจมีทางออกฉุกเฉินเหลือเพียงไม่กี่ประตูเท่านั้นที่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย

Aeroflot เที่ยวบินที่ SU1492

ทำไมต้อง 90 วินาที?

90 วินาที หรือ หนึ่งนาทีครึ่ง เป็นระยะเวลาที่คนยังสามารถกลั้นหายใจได้อยู่ โดยไม่สูดเอาควันไฟเข้าไป ซึ่งหากผู้โดยสารทุกคนให้ความร่วมมือในระยะเวลาที่จำกัดนี้ ก็อาจทำให้มีจำนวนผู้รอดชีวิตมากขึ้น หรือโชคดีอาจจะไม่มีใครต้องเสียชีวิตเลยก็ได้

วิดีโอการฝึกอพยพผู้โดยสารที่เห็นนี้ จำลองการอพยพผู้โดยสารจำนวน 873 คน จากเครื่องบินแบบ Airbus A380 เครื่องบินพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีเงื่อนไขคือ ทางออกฉุกเฉิน 8 ประตูจากทั้งหมด 16 ประตู จะถูกปิดไว้ และไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าประตูไหนถูกปิดบ้าง ซึ่งสามารถทำได้สำเร็จในระยะเวลาเพียง 78 วินาที และ มีคนบาดเจ็บจากการอพยพเพียงแค่คนเดียว แต่ถ้าสังเกตคือ นี่คือกรณีที่ทุกคนให้ความร่วมมือนะครับ

และหลายเหตุการณ์ในอดีต ก็พิสูจน์มาแล้วว่า การอพยพผู้โดยสารอย่างรวดเร็ว ช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญที่สุด ลูกเรือสายการบินพาณิชย์ทุกคน ต้องผ่านขั้นตอนการฝึกอพยพผู้โดยสารในกรณีฉุกเฉินมาแล้วทั้งสิ้น

และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ลูกเรือต้องบังคับไม่ให้วางกระเป๋าบนตัก เพราะถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน มีแรงกระแทก กระเป๋าเหล่านี้อาจกระเด็นมากีดขวางทางเดิน ที่จำเป็นต่อการอพยพ ลูกเรือทำเพราะหวังดีกับทุกคนครับ ไม่มีลูกเรือคนไหนอยากจะเรื่องเยอะกับผู้โดยสารให้โดนชักสีหน้าใส่กันเล่นๆ หรอกเนอะ

เสียเวลา 1 คน ก็ไม่มีใครออกได้เลย

ทางเดินไปยังประตูฉุกเฉินของเครื่องบิน เป็นทางเดินแคบๆ ที่เดินสวนกันแทบไม่ได้ ดังนั้น การเสียเวลาของผู้โดยสารเพียง 1 คน ก็จะมีผลกับผู้โดยสารที่อยู่หลังจากคนนั้นทั้งหมด และจะกระทบต่อกรอบเวลา ’90 วินาที’ อย่างมากมายมหาศาล และอาจเป็นการฆ่าผู้โดยสารที่เหลือในทางอ้อม

ทิ้งทุกอย่าง เพื่อรักษาชีวิตทุกคน

หากได้รับคำสั่งอพยพจากลูกเรือ ห้ามหยิบสัมภาระทุกอย่างโดยเด็ดขาดนะครับ ไม่ว่าสิ่งของนั้นจะมีค่าขนาดไหน ก็ไม่มีค่าเท่ากับชีวิตคนที่มีเวลาในการหนีได้อย่างจำกัด การหยิบกระเป๋าในช่องเก็บเหนือศีรษะในช่วงเวลาอพยพฉุกเฉิน คือการกระทำที่เห็นแก่ตัวอย่างยิ่ง และการหยิบกระเป๋าติดตัวไปด้วย อาจกีดขวางความคล่องตัวในการอพยพคน

จากหลายตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต มักจะมีภาพของผู้โดยสารที่หอบสัมภาระติดตัวเพื่ออพยพด้วยเสมอ ซึ่งทุกครั้ง ก็จะมีกระแสวิจารณ์ความไม่ถูกต้องนี้อย่างกว้างขวางบนอินเทอร์เน็ต ว่าเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัว และไม่เห็นแก่ชีวิตของคนที่อยู่ข้างหลังทั้งหมด เพียงแค่เราห่วงกระเป๋าและทรัพย์สิน และหากโชคร้าย คุณรอด แต่คนอื่นไม่รอด มีผู้เสียชีวิตที่หนีไม่ทันจริงๆ คนที่หนีมาพร้อมกระเป๋า ก็จะถูกสอบสวนอย่างหนัก ว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุให้เกิดผู้เสียชีวิตโดยไม่จำเป็นอย่างแน่นอน

และคุณคงไม่อยากเป็นคนนั้น

ทิ้งทุกอย่าง เพื่อรักษาชีวิตเพื่อนร่วมทางนะครับ

บทความโดย:
อู๋ spin9