รวมสุดยอดบัตรเครดิต สำหรับปั๊มไมล์แลกตั๋วเครื่องบินโดยเฉพาะ [อัปเดต 2019]

รวบรวมบัตรเครดิตในไทย สำหรับการปั๊มไมล์ Royal Orchid Plus เพื่อแลกตั๋วเครื่องบินโดยเฉพาะครับ ปีนี้มีบัตรเครดิตที่น่าสนใจหลายใบ ที่มีโปรโมชั่นสะสมคะแนน แลกเป็นไมล์ ROP ได้ง่ายขึ้น สำหรับคนที่ใช้บัตรเครดิตเป็นประจำอยู่แล้ว หรือมีเหตุต้องเดินทางบ่อยๆ น่าจะเป็นประโยชน์มากครับ

Disclosure: บทความนี้ เขียนจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน และไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ จากสายการบิน, ธนาคาร หรือ ตัวแทนใดๆ ที่เกี่ยวข้อง

เท่าที่ผมทราบ ปัจจุบันการบินไทย ได้ร่วมกับบัตรเครดิตทั้งหมด 13 ค่าย ในการให้สิทธิ์แลกคะแนนสะสมบัตรเครดิตมาเป็นไมล์ Royal Orchid Plus แต่ว่าไม่ใช่บัตรเครดิตทุกค่ายจะแลกได้คุ้มนะครับ ซึ่งถ้านับตามมาตรฐานของการสะสมแต้มบัตรเครดิตทั่วไป คือการใช้จ่ายทุก 25 บาท จะได้คะแนนสะสม 1 คะแนน จากนั้นต้องใช้ 2 คะแนนถึงจะแลกมาเป็นไมล์สะสมได้ 1 ไมล์ หรือโดยสรุปคือ ตามมาตรฐานแล้วต้องรูดบัตรเครดิต 50 บาท ถึงจะได้ 1 ไมล์

บัตรเครดิตหลายค่าย จึงได้ออกบัตรรุ่นสะสมไมล์โดยเฉพาะ (บ้างก็มีคำว่า Royal Orchid Plus อยู่ในชื่อบัตร หรือจะมีโลโก้ Royal Orchid Plus อยู่บนบัตร) เปิดโอกาสให้แลกคะแนนสะสมมาเป็นไมล์ได้เร็วขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วบัตรประเภทนี้จะสามารถแลก 1 คะแนน มาเป็น 1 ไมล์ได้เลยทันที หรือโดยเฉลี่ยคือ รูดบัตรใช้จ่าย 25 บาท จะได้ 1 ไมล์

แต่บัตรเครดิตที่รวบรวมมาวันนี้ คือบัตรเครดิตทั้งหลาย ที่สามารถแลกไมล์ได้ด้วยอัตราที่ต่ำกว่า 25 บาท = 1 ไมล์ครับ มีหลายใบที่น่าสนใจ และ “ปั๊มไมล์” กันได้สนุกเลย จะมีใบไหนที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกัน!

Aeon Royal Orchid Plus Platinum

pic_visa_card
20 บาท = 1 ไมล์

ประเภทบัตร: VISA
เงื่อนไขการสมัคร: เงินเดือน 30,000 บาทขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมรายปี: 3,210 บาท (ฟรีปีแรก)
ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี: ใช้จ่ายมากกว่า 300,000 บาทต่อปี
บัตร Priority Pass: ไม่มี

ใบแรกคือบัตรจากค่าย Aeon ที่ออกมาในชื่อบัตร Aeon Royal Orchid Plus Platinum ครับ ใบนี้จุดเด่นตรงที่สมัครง่าย ไม่มีเงื่อนไขในการใช้จ่ายขั้นต่ำใดๆ ทั้งสิ้น ทุกการรูดบัตร 20 บาท สามารถแลกได้ 1 ไมล์เลย ถือว่าเป็นบัตรที่แลกเป็นไมล์ได้ในอัตราที่ดีแบบไม่มีเงื่อนไขแอบแฝง

โปรโมชั่นเสริมของใบนี้ คือได้โบนัสสูงสุด 2,000 ไมล์เมื่อเดินทางด้วยการบินไทยครบทุก 4 เที่ยวบิน เป็นต้น แถมยังใช้เข้า Lounge การบินไทยที่สุวรรณภูมิได้อีก 2 ครั้งต่อปี เมื่อเดินทางด้วยการบินไทยหรือไทยสมายล์ด้วย

ไหนๆ ใบนี้ค่าธรรมเนียมก็ฟรีปีแรก สมัครมาเอาไมล์ก่อน (ได้หลายพันไมล์อยู่นะ) ถ้าไม่ค่อยได้ใช้จะยกเลิกทีหลังก็ไม่เสียหายครับ หลังจากปีแรก บัตรนี้มีค่าธรรมเนียมรายปี 3,210 บาท (ยกเว้นได้หากใช้จ่ายเกิน 300,000 บาทต่อปี)

THAI American Express Platinum Credit Card

amex-rop
13.64 บาท = 1 ไมล์
(ถ้าใช้จ่ายเกิน 1,500,000 บาทต่อปี)

ประเภทบัตร: American Express
เงื่อนไขการสมัคร: รายได้ 700,000 บาทต่อปี
ค่าธรรมเนียมรายปี: 4,280 บาท
ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี: โทรขอยกเว้นได้ พิจารณาเป็นกรณีไป
บัตร Priority Pass: ไม่มี

ใบนี้ต้องยกเป็นหนึ่งในบัตรสุดยอดของการปั๊มไมล์ ROP ครับ ทาง American Express ร่วมกับการบินไทยออกบัตรในชื่อ (อย่างยาว) ว่า THAI American Express Platinum Credit Card (หลายคนเรียกย่อๆ ว่า “AMEX การบินไทย” หรือ “AMEX ROP”) ซึ่งเป็นบัตรเครดิตของ AMEX (ไม่ใช่บัตรชาร์จการ์ดเหมือนพวก AMEX รุ่นปกติ) บัตรนี้นอกจากจะปั๊มไมล์ได้เร็วแล้ว ยังมีสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการเดินทางอีกมหาศาลครับ

โปรโมชั่นสมัครบัตร ใช้จ่ายครั้งแรกภายใน 30 วันที่ได้รับอนุมัติบัตร จะได้โบนัสไมล์ 5,000 ไมล์ และจะได้อีก 5,000 ไมล์เมื่อทำการบินกับการบินไทยเส้นทางระหว่างประเทศ ด้วยตั๋วที่ซื้อกับบัตรใบนี้

AMEX การบินไทยใบนี้ อัตราการได้ไมล์ปกติคือ 25 บาท ได้คะแนนสะสม 1.5 แต้ม และต้องใช้คะแนน 1.5 แต้มมาแลกเป็น 1 ไมล์ (ซึ่งก็คือ 25 บาท = 1 ไมล์นั่นแหละ) แต่ถ้าในปีนั้นใช้จ่ายผ่านบัตรเกิน 100,000 บาท ก็จะได้คะแนนสะสมเพิ่มขึ้นอีก 25% กลายเป็น 20 บาท = 1 ไมล์

ยังไม่พอแค่นั้น ถ้าปีนั้นใช้บัตรเกิน 1,500,000 บาท ทาง AMEX ก็จะให้ไมล์สะสมเข้าบัญชี ROP อัตโนมัติอีกทันที 35,000 ไมล์ครับ นั่นแปลว่า ในการใช้จ่าย 1,500,000 บาทแรกของแต่ละปี จะได้ไมล์สะสมรวมถึง 110,000 ไมล์ (75,000 + 35,000) หรือคิดเป็นอัตรา 13.64 บาท = 1 ไมล์ !!

ส่วนการใช้จ่ายยอดที่เกินจาก 100,000 บาทแรก ก็จะได้ไมล์สะสมที่อัตรา 20 บาท = 1 ไมล์ต่อไปจนครบรอบปีที่เป็นสมาชิกบัตร และยังได้ไมล์สะสมสองเท่าเมื่อใช้บัตรใบนี้ซื้อตั๋วเครื่องบินกับการบินไทย เรียกว่า ถ้าใครได้ใช้บัตรใบนี้ด้วยยอดใช้จ่ายสูงพอสมควร ถือว่าโคตรคุ้มมากในการปั๊มไมล์ ROP เลยครับ

สิทธิประโยชน์ในการเดินทางอื่นๆ ก็อลังการมาก เช่นสิทธิ์ในการได้บัตรทอง ROP เร็วกว่าปกติ ถ้าบินด้วยชั้นธุรกิจหรือชั้นหนึ่งภายในปีแรกของการเป็นสมาชิกบัตร ด้วยการบินแค่ 25,000 ไมล์ (น้อยกว่าปกติครึ่งนึง), สิทธิ์ในการแลกไมล์ให้เพื่อนร่วมเดินทางในอัตราครึ่งเดียว ถ้าซื้อตั๋วชั้นธุรกิจหรือชั้นหนึ่ง ฯลฯ

แต่ข้อเสียของ American Express ก็อย่างที่ทราบกันคือ หลายๆ ร้านค้า โดยเฉพาะร้านเล็กๆ จะไม่ค่อยจะรับ AMEX กัน และบัตรใบนี้ยังมีค่าธรรมเนียมรายปีอีก 4,280 บาท แต่หากมียอดใช้จ่ายที่สูงเพียงพอ ก็สามารถโทรไปขอยกเว้นค่าธรรมเนียมได้ โดยจะพิจารณาเป็นปีๆ ไปครับ ซึ่งจากประสบการณ์ หากจ่ายค่าธรรมเนียมนี้ ก็จะมีการสมนาคุณกลับมาเป็นแต้มบัตรเครดิตที่ค่อนข้างคุ้มค่ากับค่าธรรมเนียมที่จ่ายอยู่พอสมควร

Citibank Royal Orchid Plus Preferred

13.33 บาท = 1 ไมล์
(ถ้าใช้จ่ายเกิน 1,000,000 บาทต่อปี)

ประเภทบัตร: VISA Infinite
เงื่อนไขการสมัคร: อายุเกิน 20 ปี, เงินเดือน 50,000 บาทขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมรายปี: ปีแรก 5,350 บาท, ปีถัดไป 10,700 บาท
ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี: ลงทุนใน citigold 10,000,000 บาทขึ้นไป
บัตร Priority Pass: ไม่มี

บัตรเครดิตจาก Citibank ที่ออกมาสำหรับปั๊มไมล์ ROP โดยเฉพาะ โดยทำเป็นเกรดสูงอย่าง VISA Infinite ออกมาในชื่อบัตร Citibank Royal Orchid Plus Preferred บัตรใบนี้ให้อัตราการแลกไมล์ที่ 20 บาท = 1 ไมล์ ตั้งแต่การใช้จ่ายบาทแรกเลยแบบไม่มีเงื่อนไขใดๆ แอบแฝง หรือ หากมียอดใช้จ่ายในหมวดท่องเที่ยว, ร้านอาหาร และยอดใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ จะได้ไมล์ที่อัตรา 15 บาท ต่อ 1 ไมล์

เมื่อใช้จ่ายครบ 1,000,000 บาทในปีนั้นๆ จะได้โบนัสไมล์เพิ่มเติมอีก 25,000 ไมล์ นั่นแปลว่าในการใช้จ่าย 1,000,000 บาทแรกของแต่ละปี จะได้ไมล์สะสมรวมอย่างน้อย 75,000 ไมล์ หรือเทียบเท่ากับ 13.33 บาท = 1 ไมล์

บัตรใบนี้ยังให้สิทธิ์เลื่อนสถานะบัตร ROP การบินไทยให้เป็นบัตรทองได้เร็วขึ้นด้วยเงื่อนไขพิเศษด้วย คือ ใช้จ่ายครบ 1,000,000 บาท บวกกับเดินทางด้วยการบินไทย (ชั้นโดยสารอะไรก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ตั๋วโปรโมชั่น V, W, ไม่รวมตั๋วกรุป G และไม่รวมไทยสมายล์) ให้ครบ 22,000 ไมล์ ภายใน 1 ปี หรืออีกเงื่อนไขนึงคือ ใช้จ่ายครบ 1,000,000 บาท บวกกับเดินทางด้วยการบินไทย 15 เที่ยวบิน ภายใน 1 ปี ก็จะได้รับสิทธิ์เป็นบัตรทอง Royal Orchid Plus ทันที ถือเป็นเงื่อนไขการขยับขึ้นเป็นบัตรทองได้แบบบินน้อยที่สุดวิธีหนึ่งเลย

สิทธิประโยชน์อื่นๆ คือ ฟรีลิมูซีนรับส่งสนามบินสุวรรณภูมิ 2 ครั้งต่อปี (และส่วนลด 50% ในการใช้บนริการ 2 ครั้งถัดไป), ใช้ Lounge การบินไทยที่สุวรรณภูมิ 2 ครั้งต่อปี เมื่อเดินทางด้วยการบินไทย, ได้คะแนนสะสม 3 เท่าถ้าซื้อตั๋วการบินไทยกับ Citibank Travel Service, และยังต้อนรับสมาชิกบัตรใหม่ ด้วยโบนัส 17,000 ไมล์สำหรับคนที่สมัครใหม่ เมื่อใช้จ่ายครบ 30,000 บาทภายใน 30 วันแรกที่ได้รับบัตร และจ่ายค่าธรรมเนียมรายปี พร้อมสมัครบริการ eStatement

บัตรใบนี้มีค่าธรรมเนียมรายปี 5,350 บาท สำหรับปีแรก และ 10,700 บาท สำหรับปีถัดๆ ไป และยกเว้นไม่ได้ (นอกจากจะมีการลงทุนกับ Citigold 10,000,000 บาทขึ้นไป จึงจะขอยกเว้นเป็นกรณีพิเศษได้)

UOB PRIVI MILES Card

18 บาท = 1 ไมล์
(เมื่อใช้จ่ายไม่ครบ 300,000 บาทต่อไตรมาส) 

ประเภทบัตร: VISA Signature
เงื่อนไขการสมัคร: เงินเดือน 70,000 บาทขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมรายปี: 4,280 บาท
ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี: ใช้จ่ายมากกว่า 300,000 บาทต่อปี
บัตร Priority Pass: ไม่มี

บัตรเครดิตสำหรับสะสมไมล์โดยเฉพาะของค่าย UOB มาในชื่อ PRIVI MILES โดยเน้นจุดเด่นว่าสามารถแลกไมล์ได้ด้วยเรต 18 บาท = 1 ไมล์ ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ดีกว่าบัตรเครดิตสะสมไมล์โดยทั่วไปพอสมควร โดยการสะสมของค่ายนี้คือ ทุกการใช้จ่าย 15 บาท จะได้ 1 คะแนนสะสม และต้องใช้ 1.2 คะแนน เพื่อแลกเป็น 1 ไมล์ครับ

บัตรใบนี้ ไม่มีบัตร Priority Pass มาให้ แต่จะให้สิทธิ์การใช้เลานจ์ Royal Silk Lounge ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเดินทางด้วยการบินไทย ในเที่ยวบินระหว่างประเทศ เมื่อมียอดใช้จ่ายเกิน 100,000 บาทต่อไตรมาส จะได้รับคูปองเข้าใช้เลานจ์ 1 ครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี)

ข้อดีของบัตรใบนี้ คือสามารถแลกคะแนนเข้าโปรแกรมสะสมไมล์ได้ 3 โปรแกรม คือ Royal Orchid Plus, Asia Miles และ Singapore Airlines KrisFlyer ครับ

บัตรใบนี้มีค่าธรรมเนียม 4,280 บาทต่อปี แต่จะยกเว้นอัตโนมัติ เมื่อมียอดใช้จ่ายเกิน 300,000 บาทต่อปี

SCB My Travel Card

17 บาท = 1 ไมล์
(ตั้งแต่บาทแรก ไม่มีเงื่อนไข)

ประเภทบัตร: Mastercard
เงื่อนไขการสมัคร: เงินเดือน 35,000 บาทขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมรายปี: 3,000 บาท
ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี: ใช้จ่ายมากกว่า 300,000 บาทต่อปี
บัตร Priority Pass: ไม่มี

บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ SCB MY TRAVEL ออกมาสำหรับคนใช้แต้มแลกเป็นไมล์โดยเฉพาะ เงื่อนไขน้อยนิด สมัครง่าย และได้อัตราแลกไมล์ 17 บาท = 1 ไมล์ ซึ่งถือว่าดีมากๆ ตัวบัตรเป็น Mastercard ที่สามารถจ่ายได้แทบจะทุกร้านค้าที่รูดบัตรได้

บัตรใบนี้อาจจะมีสิทธิประโยชน์ร่วมเกี่ยวกับการเดินทางไม่เยอะเท่าไรนัก ไม่มีบัตร Priority Pass ให้ และไม่ได้สิทธิ์รถลิมูซีน และสิทธิ์เข้าเลานจ์แต่อย่างใด มีให้เพียงสิทธิ์ของมาสเตอร์การ์ดเอง ที่สามารถใช้เลานจ์ได้หากเครื่องบินดีเลย์ ต้องสมัครเป็นรายครั้ง และจำกัดการสมัครต่อปีเอาไว้ ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จริง

นอกจากไมล์ ROP แล้ว บัตรใบนี้ ยังสามารถแลกคะแนนเป็น AirAsia BIG Point (15 บาท/1 แต้ม BIG) และ Bangkok Airways FlyerBonus (20 บาท/1 แต้ม FlyerBonus) ได้ด้วย

โดยรวมแล้ว บัตรที่อยู่ในค่าย VISA/Mastercard ที่ให้อัตราการแลกไมล์ที่ดีขนาดนี้ ให้ตั้งแต่บาทแรกที่รูดใช้จ่าย โดยไม่มีเงื่อนไขอื่นๆ แอบแฝง ตัวนี้ถือว่าน่าคบหามากๆ ครับ


ยังมีบัตรเครดิตใบอื่นๆ อีกหลายใบที่ไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้ ที่มีสิทธิพิเศษต่างๆ ไม่แพ้กัน แต่ที่เลือกมาพูดถึงวันนี้จะมีเฉพาะบัตรที่มีอัตราการแลกไมล์ดีกว่าค่าเฉลี่ยเท่านั้น สำหรับคนที่ต้องการเอายอดใช้จ่ายบัตรเครดิตมาปั๊มไมล์เพื่อแลกเอาตั๋วเครื่องบินโดยเฉพาะครับ อีกอย่างคือ พวกโปรโมชั่นชั่วคราวของบัตรเครดิตต่างๆ ก็ไม่ควรมองข้ามนะ เช่น ใช้จ่ายที่ร้านค้าบางร้าน หรือ บางหมวดหมู่ในบางช่วงเวลา อาจได้คะแนนสะสม 3 เท่า, 5 เท่า หรือ 10 เท่าเลยก็มี รวมถึงโปรโมชั่นสมัครบัตรเครดิตครั้งแรกของบางใบ ก็น่าดึงดูดไม่ใช่น้อย เข่นสมัครและใช้จ่าย 3 เดือนแรกกี่บาท ก็จะได้กี่หมื่นไมล์ทันที ซึ่งจะมีโปรพวกนี้ออกมาเรื่อยๆ น่าดึงดูดอย่างมาก

สรุปว่าสุดยอดของบัตรเครดิตปั๊มไมล์ (ถ้าเอามปั๊มไมล์อย่างเดียว ไม่นับสิทธิประโยชน์อื่นๆ) สำหรับคนมียอดใช้บัตรค่อนข้างเยอะ หากมั่นใจว่าใช้จ่ายทั้งปีครบ 1.5 ล้านบาท ผมยกให้ AMEX การบินไทยครับ (13.64 บาท = 1 ไมล์) ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีได้อีกต่างหาก ส่วน VISA/Mastercard ที่ควรถือไว้ปั๊มไมล์ เพราะ AMEX นี่หาร้านค้ารับบัตรนี้ค่อนข้างยาก ก็ต้องขอยกให้ SCB My Travel มีที่อัตราการแลกไมล์อยู่ที่ 17 บาท = 1 ไมล์ และขอยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีได้เช่นกัน

ใครจะบัตรใบไหน ผมคงเลือกแทนกันไม่ได้ เพราะแต่ละใบก็ออกมาแข่งขันกันในเรื่องของสิทธิพิเศษต่างๆ และมีค่าธรรมเนียมรายปี กับเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป ศึกษาให้ดีก่อนสมัครบัตรนะครับ

อย่างไรก็ตาม ขอให้ใช้บัตรเครดิตกันอย่างมีวินัยนะครับ ชำระยอดเต็มทุกครั้ง และรูดบัตรใช้จ่ายเท่าที่มีกำลังจะจ่ายได้ในแต่ละเดือนเท่านั้นครับ ขอให้คิดเสมอว่าบัตรเครดิตเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้จ่าย ไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก ได้ใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ แถมยังได้คะแนนสะสมเป็นโบนัสอีกต่อหนึ่ง บัตรเครดิตไม่ได้เป็นการยืมเอาเงินในอนาคตมาใช้จ่ายล่วงหน้าแต่อย่างใดครับ

ใครใช้บัตรใบไหนอยู่ แชร์กันได้นะ

บทความโดย:
อู๋ spin9