วิธีแจ้งสิ่งของมีค่า มูลค่าเกิน 20,000 บาท ก่อนบินไปต่างประเทศ

เป็นประเด็นร้อนกันอีกครั้ง กับเรื่องการนำสิ่งของมีค่ามูลค่าเกิน 20,000 บาท พกติดตัวออกนอกประเทศ และเมื่อนำกลับเข้ามา อาจเสี่ยงถูกศุลกากรปรับ หากไม่ได้แจ้งเอาไว้ก่อนล่วงหน้า บทความวันนี้ ผมได้ลองแจ้งสิ่งของมีค่าก่อนเดินทางดูครับ และนำมาเล่าให้ฟังกัน ว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร และคนเดินทางควรต้องทำอย่างไร

Disclosure: บทความนี้ เขียนจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน และไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานใดๆ

ก่อนอื่น มาดูข้อกำหนดของกรมศุลกากรสำหรับการนำของติดตัวเข้าทางอากาศยานสำหรับผู้โดยสาร กันครับ กรมศุลกากรได้ระบุชัดเจน ดังนี้

เรื่องบุหรี่ 200 มวน, เหล้า 1 ลิตร นี่ไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ แต่ที่มีปัญหาคือ “ของใช้ส่วนตัวที่มีปริมาณพอสมควรสำหรับใช้ส่วนตัวและมีมูลค่ารวมทั้งหมดไม่เกิน 20,000.- บาท” ….. ปริมาณพอสมควร??? เท่าไหร่คือพอสมควร ไม่มากเกินไป ก็ไม่ชัดเจน และมูลค่ารวมทั้งหมดไม่เกิน 20,000 บาท ผมว่าใครพกมือถือ , กล้อง หรือ เคริ่องคอมพิวเตอร์ ก็เกินสองหมื่นชัวร์ๆ อยู่แล้วล่ะครับ

ขอย้ำว่า นี่คือสิ่งที่กรมศุลกากรระบุนะครับ ว่าคือ “ของใช้ส่วนตัว” นั่นหมายถึง กล้องเอย โน้ตบุ๊กเอย มือถือเอย มีโอกาสนับรวมเข้าข่ายนี้ทั้งสิ้น แหล่งข่าว PPTV ได้ระบุในข่าววันที่ 21 มี.ค. 61 ว่า

” กรมศุลกากร ยืนยันว่า สำหรับผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศ และมีของมูลค่า 2 หมื่นบาทขึ้นไป ต้องแจ้งข้อมูลแก่กรมศุลกากรทุกครั้ง  โดยนำของสิ่งนั้น ไปทำเอกสารที่ห้องทำการศุลกากร บริเวณห้องผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เพื่อลงทะเบียน โดยเอกสารที่ต้องเตรียมไป คือภาพถ่ายของสิ่งนั้น 2 ชุด จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้เอกสารไว้ เพื่อยื่นแสดงช่วงเดินทางกลับ  แต่ในกรณีที่ไม่แจ้ง แล้วถูกสุ่มตรวจ จะต้องหาหลักฐานมายืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่านำติดตัวออกไปจากประเทศตั้งแต่แรก ไม่ได้ซื้อเข้ามา ซึ่งอาจเสี่ยงเสียภาษีหากไม่สามารถยืนยันได้ “

ผมแปลง่ายๆ ว่า ใครพกของเกิน 20,000 บาท ก่อนออกนอกประเทศ ไม่ได้บังคับให้ทุกคนแจ้งกรมศุลกากรก่อนเดินทาง แต่หากใครไม่แจ้ง ก็มีโอกาสเสียภาษีอากร ตอนเดินทางกลับมา

นอกจากนี้ เว็บไซต์สนามบินสุวรรณภูมิ ยังได้ระบุถึงพิธีการศุลกากร กรณี “​การนำของใช้ส่วนตัวออกจากประเทศและประสงค์จะนำกลับเข้ามา” เอาไว้ดังนี้ครับ

ชัดเจนนะครับ ว่าศุลกากรมีระเบียบปฏิบัติเรื่องการแจ้งสิ่งของมีค่า เพื่อนำติดตัวออกนอกประเทศอยู่จริง และมีขั้นตอนระบุเอาไว้ค่อนข้างชัดเจน แต่ไม่ได้เป็นการบังคับแจ้งแต่อย่างใด ใครที่ไม่อยากมีปัญหาตอนกลับมา มีเอกสารเอาไว้อุ่นใจ ก็ไปแจ้งได้ ส่วนใครคิดว่า ไม่น่าจะเป็นอะไร ก็ไม่แจ้งก็ได้ ไม่ว่ากัน แต่ถ้าโดนปรับ ก็โทษใครไม่ได้เช่นกันครับ

เอาล่ะ แจ้งก็แจ้ง แล้วแจ้งยังไงล่ะ?

ผมลองแจ้งสิ่งของมีค่าก่อนเดินทางดูครับ ที่สนามบินสุวรรณภูมินี่แหละ โดยหาข้อมูลไม่ง่ายนัก ว่าต้องไปแจ้งตรงไหน บางเว็บระบุว่าต้องไปแจ้งที่ห้องจุดตรวจศุลกากร ชั้น 4 หลังเคาน์เตอร์ G แต่ผมพบว่า ศุลกากรได้แปะกระดาษว่า ต้องไปแจ้งที่บริเวณ VAT Refund for Tourists ปลายสุดของชั้น 4 สุวรรณภูมิ ใกล้กับประตูทางเข้าหมายเลข 10 ครับ

บริเวณนี้ ไม่มีป้ายบอกนะครับ ว่าเป็นจุดแจ้งสิ่งของมีค่า มีแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติมาต่อคิว เพื่อรอทำ VAT Refund เท่านั้น แต่จุดนี้แหละครับ คือจุดทำเอกสาร ใช้เจ้าหน้าที่กลุ่มเดียวกัน ต่อคิวรวมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เลย

ขั้นตอนการแจ้งคือ เจ้าหน้าที่จะให้เรากรอกเอกสาร “แบบแจ้งของมีค่าที่ผู้โดยสารนำติดออกไป ตามประมวลฯ ข้อ ๓ ๐๔ ๐๖ ๐๒” หน้าตาแบบนี้แหละครับ ต้องกรอกรายละเอียดการเดินทาง ว่าเดินทางไปไหน เที่ยวบินอะไร และต้องใช้หลักฐานประกอบ คือสำเนาพาสปอร์ต กับ ภาพถ่ายของสินค้าที่เราจะแจ้ง ซึ่งจะสามารถแจ้งได้เฉพาะสินค้าที่มีซีเรียลนัมเบอร์กำกับนะครับ เช่น กล้อง เลนส์ มือถือ โน้ตบุ๊ก นาฬิกา ฯลฯ ทั้งหมดใช้เอกสารจำนวน 2 ชุด (ชุดนึงให้เจ้าหน้าที่ ส่วนอีกชุด เราต้องพกติดตัวไปด้วย และหากกลับมาแล้วโดนตรวจ ก็เอาใบนี้แหละ แสดงให้เจ้าหน้าที่ดู)

ใครจะแจ้ง ผมแนะนำให้ทำสำเนาพาสปอร์ต กับ ปริ้นต์รูปสินค้ามาจากบ้านนะครับ (2 ชุดนะอย่าลืม) ที่นี่ไม่อำนวยความสะดวกอะไรให้ทั้งนั้น ต้องเตรียมมาเองทั้งหมดครับ เมื่อยื่นเอกสารแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะตรวจดูสิ่งของ ซีเรียลนัมเบอร์ พอตรงกัน ก็จะประทับตรา เซ็นชื่อมาให้เรา เป็นอันเสร็จพิธีครับ ใช้เวลารวมแล้วประมาณ 15 นาที จากนั้นก็ค่อยไปผ่าน ตม. และเดินทางตามปกติ

ขากลับล่ะ?

หากไม่ได้ซื้อของใดๆ มาเพิ่มเติมจากต่างประเทศที่เข้าข่ายการเสียภาษีอากร สามารถเดินผ่านเข้าช่องเขียวได้เลยนะครับ ซึ่งถ้าบังเอิญโดนเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจ เราสามารถแสดงใบแจ้งของมีค่านี้ต่อเจ้าหน้าที่ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะตรวจรายการตามซีเรียลนัมเบอร์ที่เราได้แจ้งไว้ เป็นอันปลอดภัย เพราะเป็นสิ่งของที่เราพกพาก่อนออกนอกประเทศจริง สบายใจ

สรุป

แม้ว่าศุลกากรจะเคยให้ข่าวว่า มาตรการนี้เป็นมาตรการดั้งเดิม ไม่ได้เข้มงวดขึ้นแต่อย่างใด และแนะนำให้ทำการแจ้งเฉพาะผู้ที่จะนำสิ่งของติดตัวออกไปเป็นจำนวนมากๆ เช่นนำคอมพิวเตอร์ 20 เครื่องออกไปจัดงานแสดงสินค้าต่างประเทศ หรือทีมถ่ายทำภาพยนตร์ที่มีอุปกรณ์มูลค่าสูงๆ จำนวนมากๆ ก็ตาม แต่ศุลกากรก็ไม่ได้ห้ามบุคคลทั่วไปแจ้งแสดงรายการสิ่งของมีค่านะครับ การทำเอกสารนี้ จะช่วยให้เราอุ่นใจขึ้นมาก ในการผ่านพิธีการศุลกากรขาเข้า เพราะหากเราไปอ่านดูข้อกำหนดดีๆ แล้ว จะพบว่า ใครโดนสุ่มตรวจ ก็จะเข้าข่ายเสียภาษีกันทุกคนนั่นแหละครับ มูลค่า 20,000 บาท กับคนเดินทางไปต่างประเทศในยุคนี้ มันเกินกันแทบทุกคนอยู่แล้ว (และผมก็คิดว่ามันงี่เง่าพอๆ กับที่ทุกคนคิดนั่นแหละครับ ที่เราจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ ซึ่งน่าจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่เราต้องมาถ่ายรูปสิ่งของ ปริ๊นต์ใส่ A4 หอบมาต่อคิว แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะเดินทางทุกครั้ง) แต่นี่คือการป้องกันไม่ให้โดนปรับ จากเรื่องนี้น่ะครับ

ยุ่งยากพอประมาณ ถ้าคุณผู้อ่านเดินทาง คุณจะแจ้งก่อนเดินทางกันไหมครับ แชร์กันได้นะ

อัปเดต 10 เม.ย. 61

กรมศุลกากร “ประกาศยกเลิกการรับแจ้งของมีค่าติดตัวออกนอกราชอาณาจักร” แล้ว ตามประกาศเลขที่ 79/2561 ตามลิ้งก์นี้ http://www.customs.go.th/cont_strc_download_with_docno_date.php?lang=th&top_menu=menu_homepage&current_id=14223132414d505f47464a4f464a4e

บทความโดย:
อู๋ spin9

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save