รู้จักกับ 6 เทคโนโลยี Smart Home เพื่อชีวิตประจำวันที่ดีขึ้น พร้อมสัมผัสของจริง

บ้าน และที่อยู่อาศัย คือสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดของทุกคนครับ และเราใช้เวลากับบ้านเป็นพื้นที่ส่วนตัว ใช้เป็นสถานที่พักผ่อน ใช้เวลากับคนที่ตัวเองรัก โดยลืมนึกไปว่า บ้าน เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่เราลงทุนกับเทคโนโลยีน้อยที่สุดครับ แต่เรากลับไปให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีส่วนอื่นๆ ในชีวิตมากกว่าบ้าน วันนี้ ผมจะพาไปรู้จักเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องการพักอาศัยในบ้าน เพื่อให้ชีวิตประจำวันของเราดียิ่งขึ้น หรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘siri LIFETECH’

Disclosure: บทความนี้ ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

6 นวัตกรรม เพื่อการอยู่อาศัยในบ้านในยุคใหม่ ที่ผมจะพาไปรู้จักวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่คอนเซ็ปต์ที่สวยหรูเท่านั้น แต่ทั้งหมด เป็นเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจริงแล้วครับ ทำให้การอยู่อาศัยของเราสะดวกสบาย และปลอดภัยมากขึ้น จากตัวช่วยทางด้านเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อ ที่พัฒนาร่วมกันระหว่างเจ้าของโครงการอสังหาฯ และพันธมิตรทางด้านเทคโนโลยี ทั้งในไทยและต่างชาติ จนออกมาเป็นแพลตฟอร์มในยุคดิจิทัล ตามนี้

1. Home Service Application ศูนย์รวมของบ้าน

ถ้าจะพูดถึงแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ที่สามารถแจ้งเตือนสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับบ้านของเราได้ ก็อาจจะดูไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรนะครับ แต่ถ้าจะพูดใหม่ ว่าบ้านของเรา ควรจะมีแพลตฟอร์มอะไรสักอย่างเป็นศูนย์กลาง ในการสั่งการ ตรวจสอบสถานะภายในบ้าน รับข้อมูลข่าวสารจากส่วนกลาง รับการแจ้งเตือนพัสดุมาส่ง บริหารค่าส่วนส่วนกลาง ดูยอดเงินค้างชำระ จบในแอปเดียว ก็ดูน่าสนใจมากขึ้น แต่มันจะไม่ได้จบเพียงเท่านี้น เพราะ แสนสิริที่มีแอป Home Service ให้ลูกบ้านใช้มาอย่างยาวนาน กำลังจะพัฒนาให้ Home Service Application กลายมาเป็นแพลตฟอร์มหลักของบ้านอย่างแท้จริง

Home Service Application กำลังจะรองรับการสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งจะทำงานร่วมกับลำโพง AI Box ที่ผมจะกล่าวถึงต่อไป และจะมีการเพิ่มฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับบ้านมากขึ้น เช่น เดือนธันวาคมปีนี้ ก็จะมีเฟอร์นิเจอร์มาให้สั่งซื้อผ่านทางแอปได้อย่างสะดวกรวเร็ว จากความร่วมมือกับ SB Furniture ครับ ปัจจุบันแอป Sansiri Home Service มีผู้ใช้งานกว่า 20,000 ราย จาก 150 โครงการของแสนสิริ

2. Delivery Robot หุ่นยนต์ ส่งของถึงหน้าห้อง

“หุ่นยนต์ส่งของ” อาจจะดูล้ำยุคเกินกว่าจะเป็นจริงไปเสียหน่อย แต่ตอนนี้มีใช้จริงแล้วนะครับ ลองนึกดูว่า ถ้าเราอยู่คอนโด และเราสั่งให้พัสดุ หรือแม้กระทั่งอาหารมาส่ง การที่คนแปลกหน้าจะเข้ามายังพื้นที่ส่วนกลางของคอนโด และมาส่งของให้เราถึงหน้าห้อง เราต้องเปิดประตูให้กับคนแปลกหน้าเพื่อรับของ ก็มีความเสี่ยงอยู่พอสมควร โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่คนเดียว จึงมีการคิดค้นนำ “หุ่นยนต์” มาช่วยส่งของแทนครับ

โครงการเดอะโมนูเมนต์ สนามเป้า ถือเป็นโครงการแรก ที่นำหุ่นยนต์ “SAN:DEE” หรือ “แสนดี” มาใช้งานจริงครับ หุ่นยนต์ตัวนี้ สามารถรับคำสั่งจากแอป Home Service ให้นำพัสดุของเรามาส่งให้ถึงหน้าห้องโดยอัตโนมัติ โดยที่หุ่นยนต์ตัวนี้ สามารถแบกพัสดุได้หนักสุดถึง 80 กิโลกรัม เคลื่อนที่ได้เอง ขึ้นลิฟต์เองได้ และนำของมาส่งให้เราได้ถึงหน้าห้องอย่างแม่นยำและปลอดภัย ย้ำว่า มีใช้จริงแล้วนะครับ เทคโนโลยีแบบนี้ เจ๋งมากๆ

3. AI Box สั่งงานทุกอย่างในบ้านด้วยเสียง

Google Home ลำโพงอัจฉริยะที่สั่งงานได้ด้วยเสียง ที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ

เราได้ยินเรื่องนี้กันมาสักพักใหญ่ๆ แล้วนะครับ กับลำโพงอัจฉริยะ ที่สามารถสั่งงานได้ด้วยเสียง ไม่ว่าจะเป็น Google Home หรือ Amazon Echo ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ ลำโพงอัจฉริยะพร้อมผู้ช่วยส่วนตัวเหล่านี้ จะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านครับ ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟ เซ็นเซอร์ต่างๆ แอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ เพื่อที่เราจะสามารถสั่งงานเปิดปิด หรือควบคุมการทำงานเป็นชุด ตามที่เราตั้งไว้ ว่าถึงเวลาเช้า ให้อะไรเปิดทำงานบ้าง เครื่องชงกาแฟ ผ้าม่าน ก็จะเปิดตามค่าที่ตั้งไว้ ได้จากการสั่งงานด้วยเสียง แบบรวดเร็ว ทันใจ สะดวกสบายในการอยู่อาศัยมากขึ้น

Sansiri AI Box ลำโพงผู้ช่วยอัจฉริยะที่สั่งงานได้ด้วยเสียงภาษาไทยเป็นครั้งแรก

แต่ปัญหาของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ที่วางขายกันที่ต่างประเทศ คือ มันไม่ได้รองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยครับ และมันก็ไม่ได้รองรับกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านของเราได้อย่างครบถ้วนด้วย โครงการแสนสิริ เลยมีทีมพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ของตัวเองขึ้นมา ในชื่อ “Sansiri AI Box” ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่สามารถสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยได้เป็นครั้งแรก ซึ่งโปรเจคนี้ ทางแสนสิริได้พัฒนาร่วมกับ บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เดลิเทค จำกัด ให้ AI Box สามารถเชื่อมต่อกับระบบ Home Automation ให้ความสะดวกในการเช็คข่าวสารประจำวัน , ตรวจสอบสภาพอากาศ , สภาพการจราจร , ฟังเพลงไทย , รับคลื่นวิทยุในไทย และแน่นอนว่า สั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของเรา ผ่านเสียงของเราได้ไม่แพ้กับแพลตฟอร์มในต่างประเทศเลย

ที่เจ๋งกว่านั้นคือ เราสามารถสั่งงานแอป Home Service Application ด้วยเสียงได้ด้วย เช่น ใช้ในการสั่งจองพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ จองห้องโยคะ หรือจะสั่งให้หุ่นยนต์ส่งของ นำพัสดุมาส่งให้เราถึงหน้าห้อง ก็ทำได้เช่นกันครับ

4. Smart Move รถยนต์พลังงานไฟฟ้า

เป็นเทรนด์ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่า “มาแรงแน่ๆ” ในอนาคตอันใกล้นี้ รถที่ไม่มีเครื่องยนต์ ไม่ต้องเติมน้ำมัน ไม่มีท่อไอเสีย ไม่ปล่อยมลพิษสู่อากาศ แนวคิดการใช้พลังงานสะอาดนี้ เป็นที่ต้องการอย่างมากในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ที่มีค่ามลพิษในอากาศค่อนข้างมาก ประกอบกับการใช้รถในกรุงเทพฯ ก็มีภาระที่ต้องรับผิดชอบหลายส่วน จนผู้อยู่อาศัยคอนโดในแนวรถไฟฟ้า พยายามที่จะลดสัดส่วนการใช้รถยนต์ของตัวเองลง

คอนเซ็ปต์ Car Sharing เลยเข้ามามีบทบาทมากขึ้นครับ ริเริ่มที่โครงการเดอะไลน์ จตุจักร-หมอชิต มีการนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่าง BMW i3 มาให้บริการแก่ลูกบ้าน ซึ่งทางโครงการคิดค่าเช่า โดยจ่ายค่าบริการจริงเป็นนาที พร้อมสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Charging Station ติดตั้งไว้ที่โครงการ

เป็นสัญญาณที่ดี ในการริเริ่มใช้รถยนต์พลังงานสะอาด และคอนเซ็ปต์ของ Car Sharing ที่จะเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในอนาคตอันใกล้นี้ครับ

5. Farmshelf นวัตกรรมผักสะอาด ปลูกได้เองในบ้าน

เทรนด์ของ Indoor Farm การปลูกผักสะอาดเพื่อรับประทานเองในครัวเรือน กำลังมาแรงในหลายประเทศ และตัวช่วยของเทคโนโลยี IOT ก็ทำให้การปลูกผักด้วยตัวเองทำได้ง่ายกว่าเดิมมาก Farmshelf เป็นนวัตกรรมการปลูกผักที่แสนสิรินำมาใช้เป็นครั้งแรกของไทย ที่มีระบบควบคุมและมอนิเตอร์การเจริญเติบโตอัตโนมัติผ่านโมบายแอป วางแผนได้ล่วงหน้า เพราะมีข้อมูลของเมล็ดพันธุ์ผักมากกว่า 50 ชนิด รู้ว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวเพื่อรับประทานได้วันไหน สะอาด ปลอดยาฆ่าแมลง ปลูกจนเก็บเกี่ยวทุกขั้นตอนได้ด้วยตัวเอง ภายในที่พักอาศัยของตัวเอง หรือที่เรียกว่า From Farm to Fork เลยครับ

6. Samitivej@Home มีหมอติดตัวทุกที่ทุกเวลา

ความกังวลเมื่อมีผู้สูงอายุ , ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ หรือแม้กระทั่งคนปกติทั่วไป ก็คงจะเป็นกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน และกลัวว่าจะไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งแน่นอนว่า ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมาช่วยเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน Samitivej@Home มาในรูปแบบของสายรัดข้อมือ ที่พัฒนาร่วมกับโรงพยาบาลสมิติเวช มีฟังก์ชั่นในการแจ้งเตือนบุคคลในครอบครัวเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และ ฟังก์ชั่นเชื่อมตรงถึงโรงพยาบาล เมื่อกดสัญญาณขอความช่วยเหลือ ที่จะสร้างความอุ่นใจให้กับคนในครอบครัว และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในชีวิตประจำวันได้นั่นเอง


จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อได้มีบทบาทในที่พักอาศัยมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนะครับ และก็เริ่มมีโครงการอสังหาฯ ทั้งบ้านและคอนโดนำนวัตกรรมเหล่านี้มาใช้ให้ได้เห็นกันแล้ว เทคโนโลยีในอุตสาหกรรมนี้จะเติบโตขึ้นอีกมาก ที่ส่งผลให้โครงการต่างๆ ต้องขยับตัวกันอยู่ตลอดเวลา ส่วนในมุมของผู้พักอาศัยอย่างเราๆ ท่านๆ ก็จะได้รับประโยชน์จากการที่เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ เข้ามาใกล้ชิดกับตัวเรามากขึ้น ที่แน่นอนว่าจะทำให้การอยู่อาศัยของเรามีความสะดวกสบาย และปลอดภัยมากขึ้นครับ

พบกับนวัตกรรมทั้งหมดนี้ และ สัมผัสของจริงได้ที่งาน “Sansiri Life Comes Home 2017” งานใหญ่ส่งท้ายปลายปีของแสนสิริ ภายใต้แนวคิด Living Reimagined ได้ระหว่างวันที่ 24 – 26 พ.ย. 60 นี้ ที่แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน รวมถึงสัมผัสไฮไลท์ 2 โครงการใหม่ ที่จะมาเปิดตัวในงานนี้ ทั้งโครงการ “oka HAUS” คอนโดไฮไรส์บรรยากาศรีสอร์ทกลางเมืองสุขุมวิท 36 และ “kawa HAUS” คอนโดโลว์ไรซ์ริมน้ำ ใน Community T77

ข้อเสนอพิเศษ 3 ต่อ เมื่อลงทะเบียนล่วงหน้าผ่าน www.sansiri.com/lifecomeshome

ต่อที่ 1 : ลงทะเบียนรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 50,000 บาท* เมื่อจองโครงการใหม่

ต่อที่ 2 : ทุกยูนิตที่จองภายในงานรับรางวัลทุกวัน อาทิ iPhone X, Apple Watch, iPad Pro, บัตรกำนัลที่พักโรงแรมเอสเคปเชาใหญ่ หรือ หัวหิน และยังได้ลุ้นรางวัลใหญ่ Samsung The Frame Smart TV ทุกวัน

ต่อที่ 3 : ลงทะเบียนล่วงหน้าทางเว็บไซต์ รับทันที “Personalized Clutch Bag” โดย คุณพยูน ผู้สร้างสรรค์งานให้กับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำอย่าง Gucci

คุณผู้อ่านที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้จาก www.sansiri.com/lifecomeshome

#LifeComesHome2017 #SANSIRI #siriLIFETECH

บทความโดย:
อู๋ spin9

The following two tabs change content below.
spin9
อู๋ spin9, Frequent flyer, Content creator, Founder of spin9.me, MINI-TH.com and BIMMER-TH.com, พิธีกรรายการ DigiLife ทาง Nation TV, ห้องข่าวไอที Workpoint News, UK and German alumni. email: spin9.me@gmail.com

Comments