ประเทศไทยกำลังลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ทว่าความท้าทายสำคัญคือจำนวนวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่ลดลง เทคโนโลยี Industrial AI (AI ภาคอุตสาหกรรม) จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวทวีคูณขีดความสามารถ ซึ่งแตกต่างจาก AI ทั่วไป (เช่น ChatGPT) ตรงที่ Industrial AI มีรากฐานจากฟิสิกส์และวิศวกรรม เข้าใจข้อจำกัดของโลกกายภาพ และตรวจสอบความถูกต้องของระบบได้ก่อนเริ่มงานจริง

3 เครื่องมือ AI พลิกโฉมการทำงาน
Dassault Systèmes ได้พัฒนา Virtual Companions บนแพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE เพื่อผสานโลกเสมือนและโลกจริงเข้าด้วยกันผ่านระบบจำลองสถานการณ์ (Virtual Twin) ประกอบด้วย
- AURA: ติดตามความเสี่ยงด้านกำหนดการและผลกระทบของโครงการแบบเรียลไทม์
- LEO: เร่งกระบวนการตรวจสอบทางวิศวกรรม ย่นเวลาวิเคราะห์จากหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่นาที
- MARIE: วิเคราะห์ทางเลือกด้านวัสดุและการออกแบบ โดยอิงจากฐานความรู้อุตสาหกรรม
การประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมหลักของไทย
- ภาคการผลิต (ยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์): ช่วยจำลองการปรับสายการผลิตเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนผ่านสู่ EV ทดสอบแบบ และวางแผนบำรุงรักษาล่วงหน้า ลดภาระงานของวิศวกร
- ระบบรางและการขนส่ง (รถไฟความเร็วสูง/รถไฟฟ้า): ช่วยตรวจจับข้อขัดแย้งด้านการออกแบบตั้งแต่เนิ่นๆ ลดความเสี่ยงและต้นทุนบานปลายในโครงการระยะยาว
ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้:
- พัฒนางานจนถึงลงมือทำจริงเร็วขึ้น 15–50%
- ลดระยะเวลากระบวนการผลิตลง 25%
- ลดต้นทุนการผลิตและบริหารโครงการ 5–40%
- ลดปัญหาด้านคุณภาพลง 30–90%
เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคตามแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ สิ่งที่ควรเร่งทำคือ
- ขยายการใช้เทคโนโลยี Virtual Twin ในอุตสาหกรรมหลัก โดยใช้สิทธิประโยชน์จาก BOI
- บูรณาการระบบ Virtual Twin เข้าสู่โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ตั้งแต่ขั้นตอนวางแผน
- แก้ปัญหาการขาดแคลนวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ (depa/กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน) สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน
