Apple เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในยุโรป เพิ่มทางเลือกดาวน์โหลดแอป ทางเลือกการชำระเงิน ให้สอดคล้องกับกฎหมาย Digital Markets Act

Apple ประกาศความเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานและนักพัฒนาแอปพลิเคชั่นในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นผลจากกฎหมาย Digital Markets Act (DMA) วัตถุประสงค์ของกฎหมายคือ ลดอำนาจผูกขาดและลดอิทธิพลของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น เสิร์ชเอนจิ้น ร้านค้าแอป แพลตฟอร์มแชท ในกฎหมายใช้คำนิยามแพลตฟอร์มเหล่านี้ว่า gatekeeper

สาระสำคัญของ Digital Markets Act (DMA) คือ gatekeeper จะต้องเพิ่มช่องทางให้บุคคลที่สาม หรือธุรกิจภายนอก เข้ามาเชื่อมระบบบริการในแพลตฟอร์มของ gatekeeper การจ่ายเงินเพื่อซื้อของในร้านค้าแอป หรือจะยกตัวอย่างว่า App Store ของ Apple ก็ต้องทำผ่านช่องทางอื่นได้ ไม่จำกัดว่าต้องจ่ายผ่าน Apple เท่านั้น ห้าม gatekeeper กีดกันหรือใช้อิทธิพลใดๆ เหนือคู่แข่ง เป็นต้น 

Digital Markets Act (DMA) มีการเสนอต่อรัฐสภายุโรปครั้งแรกในปี 2020 ผ่านกฎหมายในปี 2022 และเริ่มบังคับใช้ มี.ค. 2024

Apple ในฐานะหนึ่งใน gatekeeper ที่ให้บริการแพลตฟอร์มใหญ่ทั้ง iOS, Safari, App Store จึงต้องปรับเปลี่ยนการดำเนินการใช้ยุโรปเพื่อให้สอดคล้องกับกฎของ EU (การเปลี่ยนมาใช้พอร์ตชาร์จ USB-C ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ Apple ต้องเปลี่ยน) โดยสามารถสรุปเฉพาะส่วนสำคัญๆ คือ

  • ผู้ใช้งานในยุโรป จะมีทางเลือกในการดาวน์โหลดร้านค้าแอปนอกเหนือจาก App Store ซึ่งร้านค้าแอปอื่นสามารถสร้างแอปแยกของตัวเองให้โหลดผ่าน App Store ได้  
  • ผู้ใช้งานในยุโรปยังสามารถเลือกใช้งานเบราว์เซอร์อื่นนอกเหนือจาก Safari โดยจะมีช่องทางให้เลือกใช้เป็นค่าตั้งต้น เริ่มตั้งแต่ Safari ใน iOS 17.4 ที่จะให้อัพเดตภายหลัง 

ในแง่ผลกระทบต่อนักพัฒนาแอป Apple จะเพิ่มทางเลือกให้นักพัฒนาทำการตลาดแอปของตัวเองให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ลดความรู้สึกที่ต้องทำตามกฎของ Apple เช่น 

  • API ใหม่ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถโปรโมทแอป iOS ให้สามารถดาวน์โหลดจากร้านค้าแอปอื่นๆ ได้
  • สามารถสร้างร้านค้าแอปแยก เพื่อให้ผู้ใช้งานอุปกรณ์ Apple ไปดาวน์โหลดได้ จากเดิมที่จำกัดให้โหลดผ่าน App Store เท่านั้น
  • API ใหม่ที่นักพัฒนาจะสามารถใช้เอนจิ้นเบราว์เซอร์ตัวอื่นได้ นอกเหนือจาก WebKit ของ Apple
  • หากนักพัฒนาดำเนินการทุกอย่างบนอีโคซิสเต็มของ Apple เหมือนเดิม จะมีการลดค่าธรรมเนียมธุรกรรมซื้อสินค้าและบริการในแอปจาก 30% เหลือ 17% ส่วนนักพัฒนาแอปอื่นๆ ที่มีสิทธิ์ได้ส่วนลดมาก่อนหน้า จะได้ลดค่าธรรมเนียมลงอีกจาก 15% เหลือ 10 %

แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน Apple ได้กำหนด Core Technology Fee ขึ้นมา คือถ้า

นักพัฒนาเลือกแล้วที่จะไม่อยู่ในอีโคซิสเต็มของ Apple เพียงอย่างเดียว จะต้องเสียค่าธรรมเนียม 0.50 ยูโรต่อการติดตั้งแอปทุกครั้งหลังจากผ่านการติดตั้งไปแล้ว 1 ล้านครั้ง โดยนับรวมการติดตั้งจาก App Store และจากที่อื่น โดย Apple คาดว่าน่าจะมีนักพัฒนาที่ต้องจ่าย Core Technology Fee ประมาณ 1% เท่านั้นในยุโรปโครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่ อาจทำให้นักพัฒนาสับสนและต้องการเวลาคิด Apple เลยสร้างเครื่องมือคำนวณมาให้เลย ระบุประเภทแอป ความต้องการ รายได้ที่คาดว่าจะได้ เพื่อคำนวณเป็นค่าธรรมเนียมออกมา  https://developer.apple.com/support/fee-calculator-for-apps-in-the-eu/ 

ที่มา : https://www.apple.com/newsroom/2024/01/apple-announces-changes-to-ios-safari-and-the-app-store-in-the-european-union/ https://digital-markets-act.ec.europa.eu/about-dma_en

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save