Google Pixel เดินทางมาถึงเจเนอเรชั่นที่ 11 แล้ว คงคอนเซปต์เน้นซอฟต์แวร์และฟีเจอร์ AI ที่ใส่เข้ามาแบบจัดเต็มเน้นความเป็นผู้ช่วย agent เชื่อมต่อแอปภายนอกได้เยอะขึ้น แสงไฟ HiLight ใหม่บอกสถานะแจ้งเตือนตรงโมดูลกล้องหลัง และความสามารถใหม่ระดับวงการมือถือ ใช้ AI แปลงภาษามือเป็นข้อความได้แบบเรียลไทม์

HiLight : ฟีเจอร์แจ้งเตือนแบบเห็นไวๆ บน Pixel 11 Pro และ Pixel 11 Pro XL ไฟจะส่องสว่างเรืองแสงเป็นรูปแบบต่าง ๆ เมื่อวางโทรศัพท์คว่ำหน้าลง ตั้งค่าสีเฉพาะตัวได้ เช่นไฟสีเขียว แสดงการโทรเข้าของคนสำคัญ เมื่อใช้งาน Gemini ตัวไฟ HiLight จะกระพริบ เพื่อแสดงสถานะว่าระบบกำลังฟังและประมวลผลเพื่อหาคำตอบ
แปลงภาษามือเป็นข้อความ : Sign-to-Text หรือฟีเจอร์แปลงภาษามือเป็นข้อความ ทำงานผ่านแป้นพิมพ์ Gboard ใช้โมเดล Sign Language-to-Text (SL2T) ของ Google DeepMind ใช้ภาษามือสามารถส่งข้อความด้วยการสื่อสารภาษามือได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนียังมี Rambler การพิมพ์ด้วยเสียงที่ช่วยตัดคำฟุ่มเฟือย เอ่อ อ่า แปลงเป็นข้อความที่อ่านรู้เรื่องได้

Gemini Intelligence : ทำงานข้ามแอปกว่า 40 แอป เพิ่มแอปภายนอกที่เชื่อมต่อ Gemini บนอุปกรณ์ Pixel ได้ รองรับการรันงานผู้ช่วย จองโต๊ะ จองตั๋ว จองบริการต่างๆ เช่น Granola, Otter.ai, Wix บริการจองและตั๋ว Fever, GetYourGuide, Localiza, OpenTable (UK), Ticketmaster แพลตฟอร์มเพลง iHeartRadio, Pandora, Angi, Thumbtack, Zocdoc ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแอปที่ให้บริการในสหรัฐฯ
Magic Capture : ใช้ AI วิเคราะห์ 400 เฟรมเมื่อเราจ่อกล้องและกำลังถ่ายวิดีโออะไรบางอย่างอยู่ ซึ่ง AI จะเลือกรูป 12MP ที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่งรูปให้อัตโนมัติ ครอบตัด แก้ภาพเบลอ ปรับตรง ให้เราได้ทั้งคลิปวิดีโอและรูปภาพที่ต้องการโดยไม่ต้องมาเลื่อนดูทีละเฟรมเพื่อแคปเจอร์ภาพที่ตรงใจ

Camera Looks : ปรับแต่งสไตล์และโทนสีของภาพถ่ายได้ตั้งแต่ก่อนกดชัตเตอร์ เช่น Natural, Shadows, Vanilla รวมถึงสไตล์พิเศษอย่าง Digi, Black Tie, Editorial และ Velvet
Circle to Search in Camera : วงหาข้อมูลได้ทันทีผ่านช่องมองภาพของกล้องถ่ายรูป
Live Translate : แปลเสียงและวิดีโอแบบเรียลไทม์พร้อมลงเสียงพากย์อัตโนมัติ
Instant Night Sight : ถ่ายภาพโหมดกลางคืนได้เร็วขึ้นสูงสุด 4.5 เท่า ลดปัญหาการสั่นเมื่อต้องจ่อกล้องนาน มีเฉพาะใน Pixel 11 Pro และ Pixel 11 Pro XL
Creator Suite : เครื่องมือสำหรับสายสร้างคอนเทนต์ เช่น หน้าจออ่านบท (Teleprompter) ขณะพูด, จัดเก็บวิดีโอลงโฟลเดอร์โปรเจกต์แยก และฟีเจอร์ Storyboard สำหรับตัดต่อคลิป

[ Google Pixel 11 ซีรีส์ ]
ทั้งไลน์อัปมี 4 รุ่นย่อยคือ Google Pixel 11, Google Pixel 11 Pro / Pro XL และจอพับ Google Pixel 11 Pro Fold มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ จากรุ่นก่อนหน้าคือ
- ชิป Tensor G6 ประมวลผลเร็วขึ้น 15–25% ประหยัดพลังงานขึ้นประมาณ 20% และมีชิป TPU สำหรับงาน AI/Gemini เร็วขึ้น 50%
- รุ่น Pro, Pro XL และ Pro Fold เพิ่มความสว่างสูงสุดเป็น 3,600 nits จากเดิม 3,000–3,300 nits
- เซนเซอร์รับแสงใหญ่ขึ้น เลนส์หลัก 48 MP/50 MP
- รุ่นธรรมดาและ Pro Fold อัปเกรด Super Zoom จาก 20x เป็น 30x ส่วนรุ่น Pro/Pro XL อัปเกรด Pro Zoom จาก 100x เป็น 120x
- เพิ่มความเร็วการชาร์จไร้สายขึ้นเป็น 25W
- แถบกล้องหลังบางลง 40%
อย่างไรก็ตามมีประเด็นราคาและ RAM เริ่มต้นที่สะท้อนวิกฤตขาดแคลน RAM โดยมีการปรับราคาเพิ่มตั้งแต่ 50-100 ดอลลาร์
- Pixel 11: 899 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 100 ดอลลาร์
- Pixel 11 Pro: 1,099 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 100 ดอลลาร์
- Pixel 11 Pro XL: 1,299 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 100 ดอลลาร์
- Pixel 11 Pro Fold: 1,899 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 100 ดอลลาร์
นอกจากนี้ยังมีการลด RAM เหลือ 12GB ในรุ่นเริ่มต้นของ Pixel 11 Pro และ Pixel 11 Pro XL ให้ RAM มาเพียง 12GB แต่เพิ่มความจุพื้นฐานทุกรุ่นเป็น 256GB ซึ่งการที่ RAM ปรับลดมาเป็น 12GB แาจกระทบการใช้งานหนักๆ เช่นตัดต่อวิดีโอ เล่นเกม แต่ Google ก็ปรับปรุงสถาปัตยกรรมและใช้ความสามารถชิปใหม่มาชดเชย ให้ยังทำงานได้ลื่นๆ
