กทม. สั่งระงับและชะลอดาต้าเซนเตอร์รายใหม่ ทบทวนเจ้าเดิม ยันไม่แย่งน้ำ-ไฟฟ้าประชาชน 

กทม. ร่วมกับการประปานครหลวงและ การไฟฟ้านครหลวง แถลงชะลอใบอนุญาตดาต้าเซนเตอร์รายใหม่-สั่งทบทวนรายเดิมใน กทม.

โดยตอนนี้ในกรุงเทพฯ มี ดาต้าเซนเตอร์ประมาณ 30-40 แห่ง ทั้งระบบภายในของบริษัทหรือระบบ Cloud ทั่วไปที่เปิดให้บริการมานานแล้ว สำหรับดาต้าเซนเตอร์ขนาดใหญ่ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการเชิงพาณิชย์แก่หน่วยงานอื่นนั้น มีการยื่นขออนุญาตต่อ กทม. ในช่วงปี 2564-2565 รวมทั้งสิ้น 6 แห่ง ได้รับอนุญาตแล้ว 3 แห่ง (ช่วงปี 2565-2566) ส่วนอีก 3 แห่ง ได้สั่งชะลอและให้กลับไปทบทวนมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนกระแสที่ว่ามีการกักตุนน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องปั่นไฟฉุกเฉินในซอยรามคำแหง 28 นั้น ฝั่งกระทรวงพลังงาน ชี้แจงว่า ตามกฎได้อนุญาตให้เก็บจริงเพียงประมาณ 200,000 หากตรวจพบการกักเก็บเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต จะถือเป็นการลักลอบประกอบกิจการอย่างผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ชะลอการออกใบอนุญาตคลังน้ำมันสำรองสำหรับเครื่องปั่นไฟฉุกเฉินดาต้าเซนเตอร์ รายใหม่ทั้งหมด จนกว่าบอร์ดดาต้าเซนเตอร์จะมีการควบคุมใหม่ที่ชัดเจน

นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลเพิ่มว่า ดาต้าเซนเตอร์ใร กทม. ตอนนี้ยังไม่กระทบการใช้น้ำ-ไฟฟ้าของประชาชน ดาต้าเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯ ไม่ใช่ขนาดใหญ่พิเศษเหมือนในพื้นที่ EEC ส่วนใหญ่ใช้ไฟราว 20 เมกะวัตต์ และใช้จริงเพียงประมาณ 8 เมกะวัตต์ ซึ่ง กฟน. มีการจ่ายไฟแยกวงจรเฉพาะ ไม่กระทบการใช้งานของประชาชนอยู่แล้ว 

ดาต้าเซ็นเตอร์ใน กทม. ใช้น้ำเฉลี่ยประมาณ 7,800 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ซึ่งต่ำกว่าการใช้น้ำของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ (30,000 – 40,000 ลบ.ม./เดือน) และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ (20,000 ลบ.ม./เดือน) จึงยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อความเพียงพอของน้ำประปาในปัจจุบัน