FLEX Mobility Campaign บริการเช่าซื้อใหม่จาก Mercedes-Benz รีแบรนด์ใหม่ให้เข้าใจง่าย 

Mercedes-Benz ประเทศไทยเปิดตัวบริการการเงินใหม่ FLEX Mobility Campaign รีแบรนด์จากแคมเปญการเงินเดิม MB Protection ที่อาจสับสนและเข้าใจยาก เปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารให้อยู่ภายใต้แพ็กเกจ “StarChoice” ชื่อเข้าใจง่ายขึ้นและสื่อถึงดาวสามแฉกสัญลักษณ์ของ Mercedes-Benz  โดยตัวแพ็กเกจคุ้มครองที่จะรวมเข้าไปในค่างวดประกอบด้วย

  • แผนประกันภัยชั้น 1 “StarProtection” (จากเดิม MB Protection) บวกเพิ่ม 3,000 บาท 
  • โปรแกรมครอบคลุมการบำรุงรักษาตามระยะทาง “StarCare” (จากเดิมคือ MBSP Easy Care) บวกเพิ่ม 2,000 บาท 
  • โปรแกรมการขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ “StarGuarantee” (จากเดิม MBSP Extra Guarantee) บวกเพิ่ม 1,000 บาท 

สามารถดูรูปภาพเปรียบเทียบแพ็กเกจกับจานอาหารประกอบได้เพื่อความเข้าใจง่ายขึ้น ถ้าซื้อทั้งหมด 6,000 บาท ก็จะได้ความคุ้มครองแบบครบถ้วน และไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็นระหว่างใช้รถ 

ลูกค้าจะสามารถเลือกเสริมออปชันได้ 3 รูปแบบ 

  • แพ็กเกจแบบ 1 รายการ ราคา 3,000 บาท 
  • แพ็กเกจแบบ 2 รายการ ราคา 5,000 บาท 
  • Full Package ที่จะครอบคลุมทั้งหมด 3 รายการ ตลอดระยะเวลาของสัญญา 3-5 ปี ในราคา 6,000 บาท 

ราคาแพ็กเกจจะถูกนำไปรวมกับค่างวดเริ่มต้นของรถยนต์รุ่นที่ลูกค้าเลือก โดยในเฟสแรกจะมีรถยนต์ 8 รุ่น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ

กลุ่มที่ 1: ชำระงวดแรก 500,000 บาท

  • GLA 200 AMG Dynamic (Night Edition): ผ่อนเริ่มต้น 27,000 บาท/เดือน
  • The all-new electric CLA: ผ่อนเริ่มต้น 30,000 บาท/เดือน
  • C 220 d AMG Line (Night Edition): ผ่อนเริ่มต้น 30,000 บาท/เดือน
  • C 350 e AMG Dynamic (Night Edition): ผ่อนเริ่มต้น 34,000 บาท/เดือน

กลุ่มที่ 2: ชำระงวดแรก 750,000 บาท

  • E 350 e Exclusive: ผ่อนเริ่มต้น 30,500 บาท/เดือน
  • E 220 d AMG Line: ผ่อนเริ่มต้น 36,500 บาท/เดือน
  • E 350 e AMG Dynamic: ผ่อนเริ่มต้น 36,500 บาท/เดือน
  • GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic: ผ่อนเริ่มต้น 40,000 บาท/เดือน

Mercedes-Benz บอกว่าข้อดีของแคมเปญใหม่นี้ช่วยลดความซับซ้อนการคำนวณเงินดาวน์และค่างวด ค่างวดคงที่ บริหารกระแสเงินสดได้ง่าย และยังบอกด้วยว่ามีลักษณะคล้ายสินเชื่อบอลลูน แบ่งยอดชำระส่วนหนึ่งไว้ที่งวดสุดท้าย จากนั้นลูกค้าค่อยเลือกว่าจะ คืนหรือขยายเวลาผ่อนชำระต่อไป หรือโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของตัวเอง ทำให้ค่างวดต่ำกว่าการเช่าซื้อปกติ

ทั้งหมดนี้เป็นกลยุทธ์ล่าสุดของ Mercedes-Benz ประเทศไทย ที่หวังเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้ามาเป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น 

ผลประกอบการ Mercedes-Benz ครึ่งปีแรก 2569 มียอดจดทะเบียนสะสม 3,557 คัน และยอดขายรวม 2,845 คัน โดดเด่นด้วยกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ที่เติบโตสูงถึง 130% โดยมี The all-new electric CLA เป็นโมเดลหลัก ทำยอดขายได้กว่า 300 คันภายใน 2 เดือน และมียอดจองสะสมกว่า 1,350 คัน

นอกจากนี้ กลุ่ม Top-End Vehicle ยังเติบโตต่อเนื่อง นำโดย Mercedes-Maybach (+83%) และ G-Class (+100%) ด้านกลุ่ม Plug-in Hybrid เติบโต 34% ส่วนกลุ่มรถแวน Sprinter เติบโต 83% และ V-Class เติบโต 14%