การเปิดตัว Samsung Galaxy S26 Series ในประเทศไทยสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยยอดจองล่วงหน้าที่เติบโต 1.4 เท่าหรือประมาณ 40% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงเชิงฮาร์ดแวร์อย่าง Privacy Display ที่ตอบโจทย์การใช้งานในที่สาธารณะได้จริง ความสามารถในการเป็น AI Phone บวกกับแคมเปญการตลาดที่ทรงพลังอยู่แล้วของ Samsung
อีกเทรนด์ที่ Samsung ค้นพบในตลาดประเทศไทยคือ “ไทยเป็นตลาดรุ่น Ultra” คือคนไทยเลือกใช้รุ่น Ultra ซึ่งเป็นเรือธงราคาแพงสุดในไลน์อัป โดยลูกค้า 90% เป็นกลุ่มผู้ใช้งาน Ultra นอกจากนี้บังเห็นเทรนด์การขยับจากรุ่นกลางเป็นเรือธงมากขึ้น

นายสิทธิโชค นพชินบุตร President of Mobile Experience Division ของ Samsung ไทยบอกว่า ฐานลูกค้ามือถือเรือธง Galaxy S Series ในประเทศไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเติบโตสูงถึง 230% โดยเฉพาะหลังปี 2024 เป็นต้นมา
มือถือเรือธงสามารถดึงดูดผู้ใช้งานกลุ่ม Gen Z ได้มากขึ้น ผู้ใช้งาน Gen Z เติบโตขึ้นถึง 25% ซึ่งเป็นผลมาจากแคมเปญการตลาดที่เข้าถึงง่าย
แต่ปัจจัยหลักจริงๆ ที่ดันให้เทรนด์การใช้มือถือเรือธงคือ ระบบสินเชื่อและเงินผ่อน ในอดีตคนไทย 70% ซื้อมือถือด้วยเงินสด แต่ปัจจุบัน 70% ซื้อด้วยเงินผ่อน การที่ผู้บริโภคไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ แต่สามารถผ่อนจ่ายรายเดือนในราคาหลักร้อยหรือหลักพันบาท ทำให้คนไทยตัดสินใจอัปเกรดตัวเองไปใช้มือถือเรือธงรุ่นที่สูงขึ้นได้ง่ายดายกว่าเดิม และยังมีแนวโน้มเปลี่ยนเครื่องเร็ว ไม่เกิน 3 ปีก็เปลี่ยนเครื่องแล้ว
ปี 2024 ที่เปิดตัว Galaxy S24 Series ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ จุดกระแส AI Phone ขึ้นเป็นครั้งแรก ผลักดันจน AI กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการสมาร์ทโฟน จนตอนนี้มือถือไม่ว่าจะราคาถูกหรือแพง หรือไม่ว่าจะมาจากแบรนด์ไหน ก็สามารถใช้งาน AI พื้นฐานได้ ซึ่งถ้า Samsung ไม่เริ่มกระแส AI Phone ขึ้นมา คุณสิทธิโชค คาดว่าการ adoption จะช้ากว่านี้มาก ปัจจุบัน Galaxy AI ถูกใช้งานบนอุปกรณ์กว่า 400 ล้านเครื่องทั่วโลก
มาถึงประเด็นสำคัญที่กระทบตลาดสมาร์ทโฟนแล้วคือ RAM Shortage ทำให้ RAM แพง โดยราคา Samsung Galaxy S26 Series ก็มีการปรับขึ้นแล้วด้วย แม้ต้นทุน RAM จะพุ่งสูงจนกระทบราคาจำหน่าย แต่คุณสิทธิโชคมองว่าไม่กระทบกลุ่มเป้าหมายระดับบน (Ultra) ที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมจ่ายในระดับ 40,000 – 50,000 บาทอยู่แล้ว แต่เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและจูงใจให้ผู้ใช้งานรุ่นกลางอัปเกรดขึ้นมาได้ง่ายขึ้น Samsung จึงตรึงราคาเฉพาะรุ่น Ultra ความจุ 256GB ไว้ที่ราคาเดิม ในขณะที่รุ่นความจุสูงกว่าจำเป็นต้องปรับราคาขึ้นตามกลไกต้นทุน
แต่วิกฤต RAM Shortage ก็ต้องจับตามองต่อไปยาวๆ เพราะจะกระทบราคามือถือและ gadget ทั้งอุตสาหกรรม อาจเห็นราคาขึ้นและการลดสเปกในรุ่นกลาง ซึ่งคนซื้อกลุ่มนี้จะอ่อนไหวต่อราคามากกว่า
