AWS เผยเทรนด์ AI Agent ไม่ใช่แค่ผู้ช่วย แต่คือพนักงานที่ลดต้นทุนได้จริง

ในปี 2024 ที่ผ่านมา AI อาจยังเป็นของเล่นหรือเป็นสนามทดลองของธุรกิจเแต่ในปี 2026 นี้ AI ได้เปลี่ยนผ่านจากแทบ็อทถามมาตอบไป สู่การเป็น AI Agent และไม่ใช่เป็นแค่ผู้ช่วยธรรมดา แต่เป็นผู้ช่วยที่เก่งกาจ เทียบเท่าได้กับพนักงานที่เก่งมากคนหนึ่ง

AWS ประเทศไทยนำโดย คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager ของ AWS ประเทศไทย เผยแนวโน้มการใช้ AI ในองค์กร โดยอัตราการรับ AI เข้าไปอยู่ใน Workflow จริงเพิ่มขึ้นจาก 24% ในปี 2024 สู่ 32% ในปี 2025 หรือเติบโตกว่า 33% ภายในปีเดียว สะท้อนว่าธุรกิจไทยไม่ลังเลอีกต่อไปที่จะนำ AI มาใช้สร้าง productivity และสร้างรายได้เพิ่มให้กับบริษัท

.

ความต่างสำคัญระหว่าง AI ยุคเก่ากับ AI ในปี 2026 นี้ AI Agent จะไม่แค่ตอบคำถาม แต่จะเริ่ม Loop การทำงานของตัวเอง เริ่มจากวิเคราะห์โจทย์ > วางแผน > ลงมือทำผ่าน API หรือฐานข้อมูล > ตรวจสอบผลลัพธ์ > ปรับแผนใหม่จนกว่างานจะสำเร็จ  

.

ยกตัวอย่างกรณีศึกษาสำคัญในไทยคือ ธนาคารกรุงศรีฯ ที่ใช้ AI Agent ตรวจจับบัญชีม้า ได้แม่นยำและรวดเร็วกว่าเดิมมหาศาล หรือกรณีของ แสนสิริ ที่พัฒนา “Chat X” เป็น Knowledge Base ให้พนักงาน 500 สายงาน และใช้ AI จัดการ Invoice ที่แม่นยำถึง 90% 

AI ยังมีบทบาทเปลี่ยนระบบไอทีเก่า ที่เป็น pain point ของแผนกไอทีในองค์กรใหญ่ ไปสู่ระบบใหม่ได้เร็วขึ้น  ตัวอย่างเช่น ปตท. (PTT) ย้ายระบบจาก .NET บน Windows ไปสู่ Open Source ซึ่งช่วยประหยัดค่า License ได้ถึง 76% พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพทีมพัฒนาขึ้นอีก 13% 

ดังนั้นกลยุทธ์ของ AWS คือต้องเตรียมบริการให้พร้อมกับความเปลี่ยนแปลง เร่งส่งเสริมการใช้งาน AWS Thailand Region ที่เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อต้นปี 2025 และขยายขีดความสามารถด้าน AI  ผ่านเครื่องมือ AI ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน  AWS re:Invent 2025 คือ

• Kiro Autonomous Agent นักพัฒนาเสมือนจริงที่สามารถนำทางใน Code Repositories ขนาดใหญ่ แก้บั๊ก และเพิ่ม Code Coverage ได้เอง

• AWS Security Agent ที่ปรึกษาความปลอดภัยที่ตรวจช่องโหว่ตั้งแต่พิมพ์เขียวจนถึงขั้นตอนการเขียนโค้ด 

• AWS DevOps Agent ทีม Operations ที่สืบหาสาเหตุของปัญหา (Root Cause) และเสนอวิธีแก้ได้เหมือนวิศวกรอาวุโส

AWS Thailand Region นอกจากเป็นศูนย์ที่เก็บข้อมูลไว้แบบ local และให้บริการด้วยความหน่วงต่ำแล้ว ยังมีพลังประมวลผลผ่านชิปที่ AWS พัฒนาเองคือ Graviton5 มาพร้อม 192 cores ต่อชิป ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น 25% แต่ประหยัดพลังงานกว่า และ Trainium3 ชิป AI ขนาด 3 นาโนเมตร ตัวแรกของ AWS ที่เทรนโมเดลได้เร็วขึ้น