รีวิว iPhone X

มาแล้วครับ รีวิวฉบับเต็มของ “iPhone X” ไอโฟนแห่งอนาคต รุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดตั้งแต่ที่เคยมีไอโฟนมา หลังจากที่ผมได้ลองใช้อยู่สักพักใหญ่ เลยมารีวิวทุกฟีเจอร์จากการใช้งานจริงให้ได้ชมกันในวันนี้

รับชมแบบคลิปวิดีโอ:


iPhone X แม้ว่าจะเขียนว่า X แต่จะอ่านว่า “ไอโฟนสิบ” นะครับ เป็นไอโฟนรุ่นแรกที่มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ขนานใหญ่ เพราะเราได้เห็นไอโฟนที่มีหน้าจอสี่เหลี่ยม มีปุ่มโฮมอยู่ด้านล่างมาตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 10 ปีที่แล้ว พอมาถึงรุ่นนี้ Apple ได้ปรับปรุงหน้าจอให้คลุมทั้งพื้นที่ของด้านหน้าตัวเครื่อง และตัดปุ่มโฮมออกไป พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ มาอีกมากมาย พอใช้จริงแล้ว มันจะมีอะไรบ้าง มาชมทั้ง 10 เรื่องของ iPhone X พร้อมกันครับ

1. หน้าจอ (เกือบ) เต็มพื้นที่

iPhone X เป็นไอโฟนที่ออกแบบมาใหม่หมดจด ด้วยความโดดเด่นของตัวเครื่องด้านหน้า ที่เป็นหน้าจอทั้งหมด เว้นขอบด้านบนตรงกลางเล็กน้อยเป็นตำแหน่งของเซ็นเซอร์ต่างๆ ทำให้เป็นไอโฟนที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ที่สุด ถึง 5.8 นิ้ว แต่ตัวเครื่องกลับเล็กและเบากว่า iPhone 8 Plus (ที่มีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว) เพราะไม่มีขอบของตัวเครื่องครับ

iPhone X เป็นไอโฟนรุ่นแรกที่ใช้หน้าจอแบบ OLED มีคอนทราสต์สีที่สดกว่าหน้าจอไอโฟนทุกรุ่นที่เคยมีมา รองรับมาตรฐาน HDR ใส่เทคโนโลยี TrueTone ปรับอุณหภูมิแสงบนหน้าจอให้ใกล้เคียงกับสภาพแวดล้อมที่ใช้งานอยู่ ณ ขณะนั้นๆ สบายตาเวลาที่ต้องมองหน้าจอเป็นระยะเวลานานๆ ซึ่งจากการใช้งานมา ผมพบว่ามันเป็นหน้าจอที่สวยมากจริงๆ โดยเฉพาะการดูคอนเทนต์วิดีโอ ที่รองรับ HDR อันนี้เฉียบขาดมากครับ รวมถึงรูปที่มีสีสันสดๆ จะสวยเด่นมาก และรูปที่มีส่วนของสีดำ มันก็จะดำสนิท ตามคาแรคเตอร์ของหน้าจอแบบ OLED

ขนาดของตัวเครื่อง iPhone X อยู่กึ่งกลางระหว่างขนาดของไอโฟนรุ่นพลัสกับไม่พลัสนะครับ มันเล็กกว่ารุ่นพลัสแบบถือแล้วกำลังพอดี ไม่รู้สึกใหญ่เทอะทะ ใช้งานมือเดียวได้ง่าย ที่บอกว่าด้านหน้าเป็นหน้าจอทั้งหมด จริงๆ แล้วมันก็ยังมีขอบหน้าจอโดยรอบให้เราถือในมือได้โดยที่นิ้วไม่สัมผัสหน้าจอด้วย ใช้ได้ง่าย แตะไม่ค่อยพลาด ถือว่าออกแบบส่วนนี้มาดีมากๆ ครับ

2. ติ่งหน้าจอ , รอยบากด้านบน?

ประเด็นที่คนกังวลมากของ iPhone X คือรอยบาก หรือขอบเซนเซอร์ด้านบนกึ่งกลางของตัวเครื่อง ว่ามันรำคาญสายตามากมั้ย ถ้าพูดอย่างตรงไปตรงมาจากการใช้งาน ผมว่ามันไม่ได้รบกวนสายตาเลยนะครับ Apple ผลักขอบบนซ้ายและขวา ให้เป็นไอคอนแสดงสถานะ พวกความแรงสัญญาณมือถือ ไวไฟ และแบตเตอรี ที่ไม่ทำให้มันมาบดบังคอนเทนต์หลัก ซึ่งส่วนมากจะใช้พื้นที่จนถึงแค่ขอบล่างของเซนเซอร์อยู่แล้ว ส่วนคอนเทนต์บางอย่างที่สามารถเปิดแบบเต็มหน้าจอได้ เช่นแอปดูหนัง จะสามารถเลือกได้ว่าจะให้แสดงผลคลุมไปถึงขอบเซนเซอร์หรือไม่ ตามความถนัดในการดูของแต่ละคนครับ ซึ่งพอผู้พัฒนาแอปเริ่มอัปเดตแอปตัวเองมาให้รองรับกับ iPhone X อย่างสมบูรณ์ ก็จะใช้พื้นที่บนหน้าจอได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น เต็มตามากขึ้น

ส่วนใครที่สงสัยว่า เมื่อแคปหน้าจอแล้ว รอยบากนี่จะติดมาในรูปด้วยมั้ย คำตอบคือไม่ติดมานะครับ จะเป็นหน้าจอสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบเต็มๆ มาเลย

3. ไม่มีปุ่มโฮม ลำบากมั้ย

iPhone X ตัดปุ่มโฮม และทัชไอดี ออกไป ให้เป็นพื้นที่ของหน้าจอทั้งหมด เลยต้องมีวิธีการใช้แบบใหม่ให้ได้เรียนรู้กันครับ ซึ่งคนที่ใช้ไอโฟนรุ่นก่อนๆ มา ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมสักนิด เช่นลากจากขอบด้านล่างหน้าจอขึ้นมา เป็นการกลับหน้าโฮม ย้าย Control Center ไปมุมขวาบน หรือเปลี่ยนวิธีการแคปเจอร์หน้าจอใหม่ ที่จะงงๆ หน่อยในตอนแรกๆ ที่ใช้ แต่สุดท้ายก็จะชินไปได้ในเวลาไม่นานครับ

4 Face ID ปลดล็อกด้วยใบหน้า ทำได้ดีแค่ไหน?

โดยรวมแล้ว ผมว่ามันสแกนได้แม่นมากนะครับ จากท่าจากจับถือปกติ ปลดล็อกด้วยใบหน้าสำเร็จเกือบจะ 100% เลย จะมีบางท่าเท่านั้น เช่นวางมือถือไว้บนโต๊ะ และชำเลืองไปมองนี่อาจจะปลดล็อกไม่ได้ ต้องกดเป็นรหัสแทนครับ ส่วนคำถามที่ว่า ใช้ Touch ID สแกนลายนิ้วมือแบบเดิม จะเร็วกว่ามั้ย ผมว่าในหลายสถานการณ์สูสีกันนะครับ มีบ้างที่รู้สึกว่าถ้าปลดด้วย Touch ID จะเร็วกว่า แต่พอชินกับการใช้ Face ID แล้ว ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันลำบากมากกว่ากันนะ

ส่วนเรื่องที่คนกังวลอีกเรื่องคือ มันจะป้องกันคนอื่นเอามือถือเรามาส่องหน้าเราเพื่อปลดล็อกได้มั้ย อันนี้ผมได้ลองแล้วเหมือนกัน คือเราต้องมองไปที่หน้าจอถึงจะทำการปลดล็อกได้ครับ หากเราหลับตา หรือหันหน้าหนี มันก็จะไม่สามารถปลดล็อกได้ ดังนั้น ใครจะปลดล็อกตอนเราหลับ อันนี้หมดสิทธิ์นะครับ

5 เอาจริงๆ Face ID มันทำงานยังไง?

Face ID ทำงานโดยเซนเซอร์ depth ตรวจจับความลึกตื้นของใบหน้าเราครับ ซึ่งเซนเซอร์นี้ฝังอยู่บริเวณติ่งหน้าจอดำๆ ด้านหน้านั่นแหละ ตัวเครื่องจะยิงลำแสงอินฟราเรด ที่เป็นลำแสงที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ออกมามากกว่า 3 หมื่นจุด เพื่อตรวจจับความลึกตื้นของใบหน้าเรา นั่นแปลว่า หากมีคนที่มีลักษณะใบหน้าไม่เหมือนกับเรา หรือใช้รูปถ่ายของเราที่ไม่มีมิติความลึกเหมือนกับใบหน้าจริงๆ ก็จะไม่สามารถปลดล็อกไอโฟนได้ ผมลองใช้กล้องที่ตรวจจับลำแสงอินฟราเรดดู ก็พบว่า เซนเซอร์ของ iPhone X มันยิงลำแสงออกมาตรวจจับใบหน้าตอนที่จะทำการปลดล็อกแบบรัวๆ คลุมใบหน้าของผมทั้งหมด เพื่อดูว่าตรงกับค่าที่ไอโฟนบันทึกไว้แต่แรกรึเปล่า หากปลดล็อกสำเร็จแล้ว ตัว depth sensor นี้ก็จะหยุดทำงานครับ

ดังนั้น Apple ไม่แนะนำให้คนที่มีคู่แฝด ที่มีใบหน้าเหมือนกับเรา ใช้ FaceID นะครับ โดยแนะนำให้ใช้การล็อกด้วยรหัส Passcode ปกติแทน ส่วนใครที่ไปทำศัลยกรรมให้ใบหน้าผิดรูปไปจากเดิม ก็แนะนำให้ reset Face ID ใหม่สักครั้ง ก็จะสามารถใช้ปลดล็อกไปได้ตลอด แต่หากเป็นสถานการณ์ปกติทั่วไป หนวดยาวขึ้น โกนหนวด แต่งหน้า ใส่แว่น ใส่หมวก พวกนี้ปลดล็อกได้เลยทันที ไม่มีปัญหาใดๆ ครับ

6 Animoji ของเล่นราคาแพง

ด้วยเทคโนโลยีการตรวจจับใบหน้าที่แม่นยำของไอโฟน ก็เลยมีแอปที่เอาเทคโนโลยีนี้ไปใช้ได้ด้วยครับ แอปเปิลได้ใส่ฟีเจอร์ที่เรียกว่า Animoji ที่เป็นการรวมร่างของคำว่า Animation กับ Emoji ปล่อยให้เราบันทึกการเคลื่อนไหวของใบหน้า ตา ปาก แก้มของเรา ไปสวมกับการเคลื่อนไหวของตัว emoji ในมือถือ พร้อมกับอัดเสียงของเรา เลยดูเหมือน emoji ตัวนั้นเป็นตัวเรา และพูดเป็นเสียงของเราเลย บันทึกเป็นคลิปวิดีโอได้แบบนี้

อันนี้ถือว่าสนุกมากนะครับ ส่งกันเพลินเลย และก็มีคนประยุกต์เอาไปร้องเพลงคาราโอเกะ ตัดต่อมาเป็นคลิป animoji กันอย่างสนุกสนาน ถือเป็นของเล่นราคาแพงเฉพาะคนที่มี iPhone X เท่านั้นแหละครับ

7 กล้อง

Portrait Lighting ด้วยกล้องหน้าของ iPhone X

เรื่องกล้องนี่ถือว่าเด่นขึ้นมาก โดยเพิ่มฟีเจอร์ Portrait Lighting มาเหมือนกับในไอโฟน 8 พลัส แต่ด้วยความที่มีเซนเซอร์จับความลึกที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ทำให้กล้องหน้าของไอโฟน 10 สามารถทำ Portrait Mode และ Portrait Lighting ได้เหมือนกับกล้องหลังด้วย ถือเป็นครั้งแรกในไอโฟน ที่กล้องหน้าสามารถถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอได้แบบเนียนๆ สวยๆ ถูกใจหลายคนแน่นอนครับ ส่วนกล้องหลัง ก็ใส่ระบบกันสั่นมาให้กับกล้องคู่ทั้งสองตัว และกล้องหลังก็สว่างกว่า iPhone 8 Plus ด้วย ถ่ายสวยถูกใจเลยแหละครับ

8. ชาร์จได้แบบไร้สาย

ด้านหลังของตัวเครื่อง iPhone X เป็นกระจกทั้งหมดครับ เพื่อรองรับการชาร์จแบบไร้สาย แต่ก็เป็นกระจกที่แอปเปิลเคลมว่าแข็งเกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะทำตกแล้วไม่แตกนะครับ แค่มันจะทนทานกว่ากระจกรุ่นก่อนๆ เท่านั้น

การชาร์จไร้สาย ใช้มาตรฐาน Qi ที่มีแท่นชาร์จมากมายในตลาดให้เลือกซื้อครับ อย่างตัวนี้เป็นของ mophie แค่วางมือถือบนแท่นก็ชาร์จเลยทันที

แท่นชาร์จไร้สาย ใน BMW 630d GT M Sport

หรืออย่างในรถยนต์บางรุ่น เช่น BMW รุ่นใหม่ๆ เช่น BMW X3 ใหม่ หรือ BMW 6 Series GT ก็สามารถวางมือถือบนแท่นชาร์จในรถได้เลยแบบเท่ๆ รองรับกับสิ่งที่จะตามมาเป็นมาตรฐานทั่วไปในอนาคต ลืมบอกไปว่า ตัวเครื่อง iPhone X ยังกันน้ำกันฝุ่นเหมือนเดิมครับ

9. อุปกรณ์เสริมใหม่

iPhone X มีอุปกรณ์เสริมเหมือนกับรุ่นอื่นๆ ครับ เคสหนัง เคสซิลิโคน แต่มีของใหม่ที่เรียกว่า Folio Case เป็นเคสหนังที่มีฝาเปิดปิด แนบด้วยแม่เหล็ก ปิดฝาแล้วจะล็อกไอโฟนให้อัตโนมัติ เหมือนที่เคยมีในเคส iPad มาก่อนแล้ว และบริเวณฝายังเป็นช่องเก็บบัตรต่างๆ ได้ด้วย เปิดราคาขาย 4,300 บาท

X. รุ่นและราคา

iPhone X มีให้เลือกสองสี คือสีเทาสเปซเกรย์ และสีเงินซิลเวอร์ มีสองความจุให้เลือก คือ 64GB ราคา 40,500 บาท และ 256GB ราคา 46,500 บาท หากซื้อกับค่ายมือถืออาจมีราคาที่แตกต่างตามแพ็กเกจที่เลือกของแต่ละค่ายครับ

พบกันใหม่รีวิวหน้า สวัสดีครับ

บทความโดย
อู๋ spin9

The following two tabs change content below.
spin9
อู๋ spin9, Frequent flyer, Content creator, Founder of spin9.me, MINI-TH.com and BIMMER-TH.com, พิธีกรรายการ DigiLife ทาง Nation TV, ห้องข่าวไอที Workpoint News, UK and German alumni. email: spin9.me@gmail.com

Comments