รีวิว ScootBiz สายการบิน NokScoot เส้นทางดอนเมือง-ไทเป ที่นั่งกว้าง ราคาเบา

รีวิวไฟลต์วันนี้ ผมพาไปขึ้นสายการบิน NokScoot ในชั้นโดยสาร ScootBiz ครับ ทำการบินตรงจากสนามบินดอนเมือง ไปยังกรุงไทเป บนเกาะไต้หวัน ในราคาย่อมเยา และเป็นหนึ่งในตัวเลือกสายการบินสุดคุ้มที่ทำการบินในเส้นทางนี้ครับ

สายการบิน NokScoot (XW) เป็นความร่วมมือกันระหว่างสายการบินนกแอร์ของไทย กับสายการบิน Scoot ของสิงคโปร์ เพื่อเปิดเป็นสายการบินโลว์คอสต์ระหว่างประเทศ ประจำการที่สนามบินดอนเมืองเป็นหลัก เพิ่งจะเริ่มทำการบินเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2015 ที่ผ่านมานี้เองครับ ปัจจุบันมีเส้นทางบินตรงจากสนามบินดอนเมืองของเรา ไปยังนานกิง (NKG), ไทเป (TPE), ชิงเต่า (TAO), เทียนจิน (TSN), เสิ่นหยาง (SHE) และ ต้าเหลียน (DLC) รวมถึงยังมีเที่ยวบินที่ให้บริการโดยสายการบิน Scoot (TZ) ไปยังสิงคโปร์ (SIN), โตเกียวนาริตะ (NRT) และ โอซาก้า (KIX) ด้วย

Disclosure: บทความนี้ ได้รับการสนับสนุนจากสายการบินนกสกู๊ต โดยความเห็นทั้งหมดเป็นของผู้เขียน จากประสบการณ์ที่ได้รับจริงในการเดินทาง

สายการบินนกสกู๊ต มีเครื่องบินประจำการทั้งหมด 3 ลำเท่านั้นครับ และเป็นเครื่องบินแบบ Boeing 777-200ER ทั้งหมด โดยมีชื่อประจำเครื่องบินแต่ละลำด้วย ตามนี้

  1. ทะเบียน HS-XBA ชื่อ พราว
  2. ทะเบียน HS-XBB ชื่อ แวววาว
  3. ทะเบียน HS-XBC ชื่อ ปลายฟ้า

เครื่องบินทุกลำ แบ่งชั้นโดยสารออกเป็น ScootBiz หรือชั้นธุรกิจ จำนวน 24 ที่นั่ง จัดที่นั่งแบบ 2-4-2 จำนวน 3 แถวด้านหน้าของเครื่องบิน และมีชั้น Economy อีก 391 ที่นั่ง จัดที่นั่งแบบ 3-4-3 ทำให้เครื่องบินของนกสกู๊ตมีความจุรวมสูงถึง 415 ที่นั่งต่อเที่ยวบินเลยล่ะครับ

วันนี้ ผมจะพาคุณผู้อ่านไปขึ้น ScootBiz ในเส้นทางดอนเมือง – ไทเป กันครับ

Flight: XW182

Route: DMK-TPE
Date: 30 May 2017
Departure Time: 00:20
Arrival Time: 05:10
Duration: 3 hr 50 mins
Seat: 14A
Class: ScootBiz
Aircraft: Boeing 777-200ER
Registration: HS-XBC (ปลายฟ้า)

Check-in

ขั้นตอนการเช็กอินของสายการบินนกสกู๊ต ก็เหมือนกับการเช็กอินปกติทั่วไปนี่แหละครับ โดยมีเคาน์เตอร์ของชั้นโดยสาร ScootBiz แยกออกมาจากคิวปกติ ตอนเช็กอินก็ยื่นแค่พาสปอร์ตได้เลย

โดยปกติแล้ว ตั๋ว Economy ของสายการบินนกสกู้ต จะไม่รวมค่าโหลดกระเป๋ามาให้ครับ แต่ว่าในชั้นโดยสาร ScootBiz จะรวมค่าโหลดกระเป๋ามาด้วย ซึ่งสามารถโหลดได้ 30 กิโลกรัมฟรี แถมยังสามารถถือกระเป๋าขึ้นเครื่อง (carry-on) ได้อีก 2 ใบ น้ำหนักรวมกันไม่เกิน 15 กิโลกรัมด้วยครับ

บอร์ดดิ้งพาสของ NokScoot จะเป็นกระดาษอ่อนๆ เหมือนกับของนกแอร์นะครับ แล้วก็มีเขียนว่า ScootBiz ด้วยลายมือง่ายๆ งี้เลย

Lounge

แม้ว่าจะเป็นชั้นโดยสาร ScootBiz แต่ว่าสายการบินนกสกู๊ตก็ไม่มีเลานจ์ให้บริการนะครับ ผมเลยอยากแนะนำให้กะเวลาไปเช็กอินแบบพอดีๆ หน่อย ถ้าไปล่วงหน้านานๆ อาจจะไม่ค่อยสะดวกในการนั่งรอมากนัก โดยเฉพาะร้านค้าต่างๆ ในสนามบินดอนเมืองนี่ราคาค่อนข้างแพงเลย

ออปชั่นของการใช้เลานจ์ที่สนามบินดอนเมือง ฝั่งอาคารระหว่างประเทศนี่ก็จะมีบัตร Priority Pass ที่สามารถเข้าใช้เลานจ์ของ Miracle ได้ฟรีครับ เพิ่งจะเริ่มเปิดให้สมาชิก Priority Pass ใช้ได้เร็วๆ นี้เอง

ภายในเลานจ์ของ Miracle ก็มีทั้งอาหารร้อน ขนม และเครื่องดื่ม ให้บริการอยู่พอสมควร มีที่นั่งเยอะ กว้าง และมีห้องน้ำในเลานจ์ สะดวกสบายเลยล่ะครับ

Boarding

ใกล้เวลาขึ้นเครื่อง ผมเดินมารอที่เกต ก็พบกับเครื่องบิน Boeing 777-200 จอดรอเราอยู่แล้ว ลำที่ให้บริการวันนี้ เป็นเครื่องชื่อ ปลายฟ้า

เมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่อง บริเวณหน้าเกต เจ้าหน้าที่ก็จะประกาศเรียกให้ผู้โดยสาร ScootBiz ขึ้นเครื่องได้ก่อนครับ

On-board

บนเครื่องของนกสกู๊ต ถ้าเป็นชั้น Economy จะจัดที่นั่งแบบ 3-4-3 มีการแบ่งสีของเบาะที่นั่งไว้ 2 แบบ คือเบาะสีน้ำเงิน จะเป็นที่นั่ง Economy ปกติ (Pitch 31″) และเบาะสีเหลือง จะเป็นที่นั่ง Economy แบบ Super Seats ที่มีพื้นที่วางขามากกว่าปกติเล็กน้อย (Pitch 35″) ส่วนแถวหน้าสุด จะเป็นที่นั่ง Economy แบบ Stretch (Pitch 36″) ยืดขาได้เยอะหน่อย

ถัดขึ้นมา จะเป็นที่นั่งในโซนเงียบ ที่เรียกว่า Scoot in Silence ที่โซนนี้จะไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ขวบนั่งครับ การันตีความเงียบของเคบิน ที่จะพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ แต่ต้องจ่ายเพิ่มกว่าที่นั่ง Economy ปกติเล็กน้อย และในโซนนี้ ก็มีที่นั่ง Economy ทั้งแบบปกติ, แบบ Super Seats และแบบ Stretch เช่นกันครับ

ส่วนชั้น ScootBiz (Pitch 38″, Width 21.7″) เรียงที่นั่งแบบ 2-4-2 ครับ ที่นั่งค่อนข้างกว้างเลยเมื่อเทียบกับ Economy ปกติ

ผมได้ที่นั่งหมายเลข 14A ซึ่งเป็นที่นั่งริมหน้าต่าง บนที่นั่งไม่มีหมอน และไม่มีผ้าห่มมาให้

ไม่มีหน้าจอความบันเทิงนะครับ ด้านหน้าก็จะโล่งๆ แบบนี้เลย มีพื้นที่วางขามากพอสมควร เหยียดขาได้สุดแบบไม่ชนที่นั่งด้านหน้า ไม่อึดอัดแน่นอน

ที่นั่ง ScootBiz สามารถปรับเอนได้เล็กน้อยครับ ไม่มากอย่างที่คิดไว้ สามารถกดปรับเอนได้จากปุ่มด้านข้างท่ีวางแขน มีหมอนรองศีรษะติดอยู่กับเบาะที่นั่ง สามารถเลื่อนปรับความสูงของหมอนได้ เมื่อจัดท่าโอเคแล้ว ถึงจะไม่ได้ใกล้เคียงกับที่นั่งแบบนอนราบ แต่ก็ให้ความสบายได้อยู่ครับ

ด้านข้างที่นั่ง มีปุ่มให้กดเรียกพนักงาน และปุ่มเปิดปิดไฟอ่านหนังสือเหนือที่นั่ง

ด้านใต้ที่นั่ง เป็นตำแหน่งของปลั๊กแบบ Universal ครับ (ระหว่างสองที่นั่ง มีปลั๊กให้อันเดียว) และมีไฟแสดงสถานะ หากขึ้นสีแดงแบบนี้คือยังชาร์จอุปกรณ์ไม่ได้ ต้องรอเครื่องขึ้นก่อน ถึงจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวครับ

ลืมบอกว่า ชั้นโดยสาร ScootBiz นี่สามารถเลือกสั่งชุดอาหารล่วงหน้า (พรีออเดอร์) ได้ 1 ชุดครับ จากตัวเลือกต่างๆ ในเมนูของ Scoot Cafe เท่าที่เห็นนี้เลย ส่วนผู้โดยสาร Economy ต้องสั่งซื้อเพิ่มต่างหาก

ตอนที่พนักงานมาสอบถาม จะมีให้เลือกรับเครื่องดื่มได้ 1 อย่าง (เฉพาะเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์) และเลือกขนมหวานได้ 1 อย่าง ระหว่างวุ้นถั่วแดง หรือ เต้าทึง ก็ได้ ซึ่งจะเสิร์ฟมาพร้อมกับอาหารที่สั่งไว้ครับ

ก่อนเครื่องขึ้น พนักงานต้อนรับจะเดินมาสอบถาม ว่าอยากจะรับอาหารที่สั่งไว้ล่วงหน้าทันทีที่เครื่องขึ้น หรือจะเลือกรับตอนก่อนเครื่องลงที่ไทเปก็ได้ครับ อันนี้เลือกได้ตามใจชอบ เผื่อบางคนง่วงนอนมากๆ อยากนอนก่อนก็จะได้ไม่ต้องถูกบังคับให้ต้องทานก่อนนั่นเอง ถือว่าใส่ใจมากเลย

ผมเลือกรับอาหารหลังจากเครื่องขึ้นเลย เมื่อพร้อมแล้วก็จะยกมาเสิร์ฟเป็นถาดแบบนี้

เมนูของผมคือ ไก่ย่างซอสพริกไทยครับ มาในถาดห่อฟอยล์ อุ่นมาร้อนๆ แบบพอดีๆ หน้าตาค่อนข้างใกล้เคียงกับอาหารที่เสิร์ฟบน Economy ของสายการบิน Full Service ทั่วไป

อาหารรสชาติเฉยๆ มากครับ คือถ้าแก้หิวนี่พอได้อยู่ แต่ถ้าตั้งใจจะสั่งเป็นมื้อจริงจัง ผมแนะนำให้กินอิ่มมาก่อนขึ้นเครื่องจะดีกว่า

ส่วนของหวาน เต้าทึงนี่ใช้ได้ครับ หวานๆ แช่เย็นมาให้เรียบร้อย เปิดฝาทานได้เลย ทานง่ายมาก

สำรวจห้องน้ำกันบ้าง ห้องน้ำของนกสกู๊ตก็ขนาดมาตรฐานห้องน้ำเครื่องบินทั่วไปครับ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานครบถ้วน สบู่ล้างมือ กระดาษชำระ และ กระดาษเช็ดหน้า แต่จะไม่มีกระดาษรองฝารองนั่งให้นะครับ

ไฟลต์นี้จริงๆ เวลาค่อนข้างโหดกับร่างกายเลยครับ เพราะเดินทางไปไทเป ใช้เวลาแค่สามชั่วโมงกว่าๆ แต่เป็นไฟลต์ Red-eye คือบินข้ามคืน ถึงสนามบินไทเปประมาณตีห้า ผู้โดยสารส่วนมากแทบจะไม่มีเวลาได้นอนเลย ขึ้นเครื่อง กว่าจะเสิร์ฟอาหาร กว่าจะปิดไฟ กัปตันประกาศบ้าง ให้คาดเข็มขัดบ้าง แป๊บเดียวก็ถึงเวลา landing แล้ว อาจจะโทรมๆ หน่อยตอนไปถึง แต่ถือว่าเป็นไฟลต์ที่คุ้มมากเพราะไปถึงแต่เช้า ได้ใช้เวลาที่ไทเปอย่างเต็มที่สุดๆ ครับ

ความดีงามของไฟลต์นี้คือตรงเวลามากครับ มาถึงไทเปก่อนตารางบินเล็กน้อยด้วย พอมาถึงสนามบินไทเปแล้ว ผมแนะนำให้เข้าเมืองด้วยรสบัส มีให้บริการหลากหลายเส้นทาง ในราคาประหยัด เช่น ผมเดินทางจากสนามบิน ไปถึงโรงแรมในไทเปด้วยรสบัสสาย 1960 ราคาแค่ NT$145 เท่านั้นเอง

มาดูขากลับกันบ้างครับ

Flight: XW181

Route: TPE-DMK
Date: 1 Jun 2017
Departure Time: 09:40
Arrival Time: 12:15
Duration: 3 hr 35 mins
Seat: 11H
Class: ScootBiz
Aircraft: Boeing 777-200ER
Registration: HS-XBB (แวววาว)

Check-in

ขากลับจากสนามบินไทเป บริเวณเคาน์เตอร์เช็กอิน มีการแบ่งแถวของ ScootBiz แยกเอาไว้เช่นกัน ไม่ต้องรอคิวเลยครับ (แอบมีภาษาไทยเขียนไว้อำนวยความสะดวกลูกค้าคนไทยด้วย) ในขณะที่แถว Economy นี่ยาวมากๆ

Lounge

เช่นกันครับ ScootBiz นี่ไม่สามารถเข้าใช้ Lounge ใดๆ ได้เลย แต่หากใครถือบัตร Priority Pass อยู่ สามารถเข้ามาใช้บริการเลานจ์ของ Plaza Premium Lounge ได้ฟรี มีอาหาร เครื่องดื่มบริการ และมีที่นั่งสบายๆ ให้นั่งรอเวลาขึ้นเครื่องได้

Boarding

เดินมาที่เกต เจอกับเครื่องบิน Boeing 777-200 ของนกสกู๊ตจอดรออยู่  รอบนี้เป็นเครื่องชื่อ แวววาว (HS-XBB)

ผมเดินมาถึงเกตช้าไปหน่อยครับ เจ้าหน้าที่ปิดแถวของ ScootBiz ไปแล้ว ก็เลยมายืนต่อคิวขึ้นเครื่อง ใช้เวลาเล็กน้อย

On-board

ขากลับ รอบนี้ผมได้ที่นั่ง 11H อยู่แถวหน้าสุดของเครื่องบินเลย

พื้นที่วางขาของที่นั่งแถวหน้าสุด (แถว 11) ออกจะน้อยกว่าที่นั่งแถวอื่นครับ เหยียดขาได้ไม่สุด ถ้าให้ผมแนะนำ นั่ง ScootBiz แถว 12 หรือ 14 จะดีกว่าพอสมควร

อาหารที่พรีออเดอร์ไว้ในมื้อนี้ ผมเลือกเป็นข้าวหน้าไก่เทริยากิ เสิร์ฟมาพร้อมขนมหวานเป็นเต้าทึงเหมือนเดิม ส่วนเครื่องดื่มรอบนี้ เป็นน้ำมะพร้าวของเมจิกฟาร์ม

หน้าตาดีใช้ได้เลยครับ ส่วนรสชาติของจานนี้ผมให้พอผ่าน ถึงจะไม่ได้อร่อยถูกปากมากนัก แต่ก็ไม่ได้แย่อะไรนะครับ ไฟลต์ขากลับ ใช้เวลาน้อยกว่าขามาเล็กน้อย และออกจากไทเปตอนสายๆ มาถึงสนามบินดอนเมืองประมาณเที่ยงครึ่ง ไม่เหนื่อยมากครับไฟลต์นี้ ถึงกรุงเทพก็สามารถทำงานต่อช่วงบ่ายได้เลย

สรุป

สายการบินนกสกู๊ต กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มคนไทยที่เดินทางไปประเทศจีนหลากหลายเมือง และไต้หวัน ที่มีจุดเด่นในเรื่องของราคาที่ย่อมเยากว่าสายการบินอื่นๆ ในเส้นทางเดียวกัน โดยเฉพาะในเส้นทางไต้หวันในรีวิวนี้ ถือว่าเป็นสายการบินที่ประหยัดที่สุดครับ คอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจคือ ทาง NokScoot ได้แบ่งราคาค่าตั๋วตามความต้องการของแต่ละคน เช่นในชั้น Economy ก็มีหลายราคา เริ่มตั้งแต่ราคา Fly (ตั๋วอย่างเดียว), ราคา FlyBag (ตั๋ว+โหลดกระเป๋า) และ ราคา FlyBagEat (ตั๋ว+กระเป๋า+อาหาร) และในแต่ละราคา ยังมีออปชั่นจ่ายเพิ่ม เพื่อเลือกที่นั่งได้ล่วงหน้าได้อีก ซึ่งจะเลือกได้ตั้งแต่ที่นั่งธรรมดา, ที่นั่งเหยียดขาได้ (Super Seat) และ ที่นั่งแถวหน้าสุด (Stretch) หรือจะเลือกไปนั่งในโซนเงียบ Scoot in Silence ได้ในราคาที่เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยได้ด้วย เรียกได้ว่า มีออั่นให้จ่ายเพิ่มได้ตามความต้องการอย่างละเอียดครับ ไม่ได้บังคับว่าจ่ายค่าตั๋วในราคาถูกแล้วจะไม่ได้รับความสะดวกสบายเสมอไป

ส่วนที่นั่งชั้นพรีเมียม ในชื่อ ScootBiz นี่ถือว่าพรีเมียมขึ้นมาจากที่นั่ง Economy ค่อนข้างมาก ในราคาที่ยังถือว่าไม่สูงจนเหมือนกับชั้นธุรกิจของสายการบินอื่นๆ แต่ได้ที่นั่งกว้าง นั่งสบาย และรวมบริการเสริมต่างๆ ของ NokScoot เข้ามาครบถ้วนแบบไม่ต้องจ่ายเพิ่มอะไรยิบย่อยอีกแล้ว ทั้งโหลดกระเป๋าได้ 30kg, รวมอาหารที่สามารถเลือกเมนูและสั่งล่วงหน้าได้ และ ได้รับสิทธิ์ในการขึ้นเครื่อง รวมถึงลงจากเครื่องก่อนผู้โดยสารในชั้น Economy ด้วย ส่วนที่ขาดหายไป ก็คือหน้าจอความบันเทิง และไม่มีหมอน ไม่มีผ้าห่มบริการเท่านั้นเองครับ ราคาของ ScootBiz เท่าที่ผมลองคลิกดู จะสูงกว่าราคาของ Economy สายการบินอื่นๆ อยู่เล็กน้อยเท่านั้น แลกกับเก้าอี้ที่ใหญ่ นั่งสบายกว่ากันมาก ทำให้หลายคนตัดสินใจซื้อ ScootBiz ได้ไม่ยากเลย

พอจะสรุปได้ว่า เป็นสายการบินราคาย่อมเยา ที่มีคอนเซ็ปต์น่าสนใจครับ เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก และการบริการบนเครื่องก็ทำได้โอเคเลยทีเดียว ใครสนใจลองคลิกดูราคา และจองตั๋วได้ที่ www.nokscoot.com นะครับ

พบกันใหม่รีวิวหน้า สวัสดีครับ

บทความโดย: อู๋ spin9

The following two tabs change content below.
spin9
อู๋ spin9, MINI lover, Frequent flyer, Content creator, Founder of spin9.me, MINI-TH.com , พิธีกรรายการ DigiLife ทาง Nation TV, UK and German alumni. email: spin9.me@gmail.com

Comments