รีวิว การบินไทย Royal Silk Class บน Airbus A350-900 XWB รุ่นล่าสุด

รีวิววันนี้ ผมพาไปขึ้นเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุดของฝูงบินการบินไทย ในรุ่น Airbus A350-900 XWB ครับ ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องบินพาณิชย์ลำตัวกว้าง ที่มีความทันสมัยเป็นอย่างมาก มีจุดเด่นที่เหนือกว่าเครื่องบินแบบอื่นๆ อยู่หลายจุดเลยทีเดียว และตอนนี้การบินไทยก็เริ่มนำ Airbus A350 นี้มาใช้ในหลากหลายเส้นทางแล้ว

ก่อนหน้านี้ ผมเคยพรีวิว Airbus A350-900 XWB ของการบินไทย ให้ชมไปแล้วเมื่อวันที่การบินไทยได้รับมอบเครื่องบินรุ่นนี้ครับ ใครพลาดไปสามารถไปย้อนอ่านได้ที่นี่ >> พรีวิว Airbus A350-900 XWB รุ่นใหม่ล่าสุดในฝูงบินของการบินไทย

Disclosure: บทความนี้ เขียนจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน และไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ จากสายการบินหรือตัวแทนที่เกี่ยวข้อง
ภาพ: Airbus

ปัจจุบัน การบินไทยมี Airbus A350-900 XWB อยู่ในฝูงบินทั้งหมด 2 ลำ และจะทะยอยรับมอบเพิ่มเติมอีกในปีนี้และปีหน้า โดยมีแผนนำ A350 ไปใช้บินในเส้นทางยุโรปหลากหลายเมือง ทั้งมิลาน บรัสเซลส์ ลอนดอน รวมถึงทวีปอื่นๆ เช่น ดูไบ เมลเบิร์น ฯลฯ ในปี 2017 นี้ คาดว่าจะเป็นหนึ่งในเครื่องบินประสิทธิภาพสูง พิสัยไกลที่การบินไทยจะใช้ในระยะยาวกันต่อไปในอนาคตครับ

การบินไทย จัดวางที่นั่งบน Airbus A350-900 XWB แบบ 2 คลาส ประกอบไปด้วยชั้นประหยัด Economy Class 289 ที่นั่ง วางแบบ 3-3-3 และ ชั้นธุรกิจ Royal Silk Class จำนวน 32 ที่นั่ง วางแบบ 1-2-1 โดยไม่มีชั้น First Class ให้บริการบนเครื่องบินแบบนี้

วันนี้ผมจะพาไปขึ้น Royal Silk Class บนเครื่องบินรุ่นใหม่สุดไฮเทคอย่าง Airbus A350-900 XWB ลำนี้กันครับ

Flight: TG409

Route: BKK-SIN
Date: 15 Feb 2017
Departure Time: 16:35
Arrival Time: 19:55
Duration: 2 hr 20 mins
Seat: 18J
Class: Royal Silk Class
Aircraft: Airbus A350-900
Registration: HS-THB (วิเชียรบุรี)

Check-in

ไฟลต์นี้สบายๆ ครับ บินกันตอนบ่ายแก่ๆ ซึ่งเป็นช่วงที่สนามบินมีการใช้งานน้อยกว่าช่วงอื่นๆ เคาน์เตอร์เช็กอินชั้นธุรกิจของการบินไทย จะอยู่แถว A ของสนามบินสุวรรณภูมิ มีป้ายบอกชัดเจนว่าเป็น Royal Silk Check-in

เคาน์เตอร์โล่งสบายเลยครับช่วงเวลาแบบนี้ ไม่มีคิวใดๆ เจ้าหน้าที่เช็กอินสุภาพเรียบร้อยและทำงานรวดเร็วมากๆ

หลังจากเช็กอินแล้ว ผู้โดยสารใน Royal Silk Class จะสามารถผ่านเข้าช่อง X-ray และ ตม. แบบ Fast Track ซึ่งอยู่ปลายสุดของแถว A นี้พอดี ไม่ต้องเดินอ้อมไกล และไม่ต้องต่อคิวนาน

Royal Silk Lounge, Suvarnabhumi Airport

หลังจากผ่านขั้นตอน ตม. แล้ว ก็จะเจอกับบันไดเลื่อนลงไปยัง Royal Silk Lounge เลยทันทีครับ เรียกว่าเลย์เอ้าท์ของสนามบินสุวรรณภูมินี่จัดมาอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสาร Royal Silk ของการบินไทยเป็นอย่างมาก เดินน้อยสุดๆ และทุกอย่างเชื่อมต่อกันแบบสะดวกสบาย

เลานจ์ช่วงบ่ายนี่คนน้อยมากครับ มีที่นั่งให้เลือกเยอะ ไลน์อาหารก็ครบพร้อม

หรือถ้าใครมีเวลาว่าง ก็สามารถแวะไปใช้บริการนวดแผนไทยที่ Royal Orchid Spa ฝั่งตรงข้ามได้อีกด้วย อภินันทนาการให้กับผู้โดยสาร Royal Silk Class ให้เลือกได้ 2 โปรแกรม คือนวดบ่าไหล่ หรือ นวดเท้าครับ ใช้เวลา 30 นาที

Boarding

ใกล้ถึงเวลาบอดดิ้ง ผมเดินมาที่เกต ก็พบกับพระเอกของเราวันนี้ครับ Airbus A350-900 XWB สุดหล่อจอดรอเราอยู่แล้ว เอกลักษณ์ของเครื่องบิน A350 นี่คือบริเวณกระจกหน้า cockpit ของเครื่องบิน เป็นแถบสีดำเท่ๆ เหมือนเป็นเครื่องบินสวมแว่นตากันแดด หล่อมากๆ ครับ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะประกาศให้ผู้โดยสารในชั้น Royal Silk, สมาชิกบัตรทองและบัตรแพลทินัม ขึ้นเครื่องก่อน ตามขั้นตอนการ boarding ปกติทั่วไป

On-board

เมื่อขึ้นเครื่องมาแล้ว ก็พบกับเคบินที่ยังใหม่มากๆ ของ Airbus A350-900 XWB ครับ จัดเรียงที่นั่งในชั้นธุรกิจ Royal Silk แบบ 1-2-1 กว้างขวาง ทุกที่นั่งติดกับทางเดิน เป็นส่วนตัวมากๆ

ภาพ: seatguru.com

ตามผังที่นั่ง เครื่องบินรุ่นนี้มีที่นั่งในชั้น Business Class จำนวน 8 แถว (ไม่มีที่นั่งแถว 13) แถวละ 4 ที่นั่งแบบ 1-2-1 รวมทั้งหมด 32 ที่นั่ง โดยที่นั่งแถว A และ K ถือว่าเป็นที่นั่งดีเป็นพิเศษ เนื่องจากมีโต๊ะคั่นระหว่างตัวเรากับทางเดิน ให้ความเป็นส่วนตัวอย่างมากในกรณีที่เดินทางคนเดียวครับ ส่วนใครเดินทางเป็นคู่ ต้องพยายามจองให้ได้ที่นั่ง E-F เท่านั้น ซึ่งมีเพียงแค่ 4 คู่บนเครื่องบิน ถึงจะได้นั่งติดกัน ไม่งั้นก็จะนั่งห่างไกลกันมากครับ

ผมเดินทางคนเดียว รอบนี้ได้ที่นั่ง 18J ครับ หน้าตาของที่นั่งก็สวยงามอย่างที่เห็น

ความจริงที่นั่งของชั้น Royal Silk การบินไทย บน A350-900 XWB นี่ใกล้เคียงกับที่อยู่บน Boeing 777-300ER รุ่นปรับปรุงใหม่อย่างมากเลยนะครับ แต่ขอให้ดูครบๆ ก่อนแล้วจะรู้ว่ามีข้อแตกต่างกันพอสมควร

ที่นั่งมีความกว้าง 21 นิ้วครับ และ เข็มขัดนิรภัยของที่นั่งบน A350-900 XWB นี่เป็นแบบสามจุดด้วย คือนอกจากคาดเอวแล้ว ยังต้องคาดไหล่อีกเส้นนึงด้วย (คล้ายกับ seatbelt ของรถยนต์) เพื่อความปลอดภัยในขณะเครื่องขึ้นและลง แต่สายคาดไหล่สามารถแยกถอดออกได้ในช่วงการบินระหว่างไฟลต์

ด้านหน้า เป็นจอภาพความบันเทิง แบบทัชสกรีน ขนาด 16 นิ้ว ด้านล่างเป็นช่องสอดขา เมื่อถูกปรับราบเป็นที่นอน

ด้านข้าง เป็นตำแหน่งของโต๊ะขนาดใหญ่ และ มีช่องเก็บของเยอะมากๆ ครับ

แม้แต่ตรงใต้ที่วางแขน ก็ยังมีช่องเก็บของ ที่การบินไทยจะวางหูฟังเอาไว้ให้

ปุ่มปรับที่นั่งของ A350-900 XWB นี่บอกตามตรง มึนครับ 555 เยอะและเรียงกันเป็นแถบ ตัวปุ่มใช้สีเงินสะท้อนแสง ดูค่อนข้างยากเหมือนกัน แต่โดยรวมๆ ก็ปรับได้ละเอียดดีครับ แยกเป็นชิ้นๆ และมีปุ่มช็อตคัตให้กดปรับได้ด้วย

รีโมตควบคุมหน้าจอความบันเทิง เป็นรีโมตรุ่นใหม่ของ Panasonic ที่มีหน้าจอทัชสกรีนบนรีโมต แบบเดียวกับที่อยู่บน Boeing 787-8 Dreamliner ของการบินไทย รุ่นนี้มีความเร็วในการปรับดีเลยทีเดียว ใช้งานได้ไหลลื่นทั้งการ navigate เมนูต่างๆ และการเล่นเกม

สำหรับโต๊ะทานอาหาร จะถูกพับอยู่บริเวณด้านข้างของแผนกั้นด้านหน้า เก็บไว้แนบสนิทและตัวบานพับก็ไม่ใหญ่จนกินพื้นที่วางขาออกมา (ถ้าไปเจอบานพับของที่นั่งบน Airbus A380-800 การบินไทยนี่จะรู้สึกว่ามันใหญ่กินที่เกินไปหน่อย นอนแล้วเข่าไปกระแทกอยู่ตลอด)

อีกจุดนึงที่ดูไฮเทคดี คือหน้าจอเล็กๆ บนเพดานครับ ที่เอาไว้แสดงสัญญาณแจ้งรัดเข็มขัด ดูล้ำสมัยกว่าเครื่องบินแบบเดิมๆ เยอะ

นั่งไปสักพัก พนักงานต้อนรับก็เอา welcome drink มาเสิร์ฟครับ ผมเลือกรับเป็นแชมเปญเบาๆ ก่อนสักแก้ว

เมนูอาหารตามมาครับ มีตัวเลือกของอาหารจานหลักให้เลือกได้ 3 อย่าง พร้อมเมนูเครื่องดื่มแนบมาให้

ผมเลือกรับเป็นข้าวผัด ไข่เจียวกุ้งสับ ซึ่งหน้าตาออกมาผิดกว่าที่คิดไว้พอสมควร ไข่เจียวห่อมาแบบไข่ระเบิด ข้างในมีซอสสไตล์ไทยๆ รสชาติดีครับ ข้าวผัดก็อุ่นมาพอดี ไม่แห้งไม่แข็ง

จานข้างๆ เป็นยำกุ้งและหอยเชลล์สไตล์ไทยๆ (มีมะนาวมาให้ซีกนึงด้วย) กับเป็ดรมควันห่อหน่อไม้ฝรั่ง อร่อยนะครับ ผมว่าอาหารไทยที่ออกจากครัวสุวรรณภูมินี่ไว้ใจได้ดีเลย แทบจะไม่ทำให้ผิดหวังเลยครับ

ขนมหวาน เป็น Tiramisu ครับ เสิร์ฟมาพร้อมกันในถาดตั้งแต่แรกเลย

Wi-Fi on board

เครื่อง Airbus A350-900 XWB ของการบินไทย นี่มี WiFi ให้ใช้ด้วยนะครับ โดยจะใช้ได้หลังจากที่เครื่องเทคออฟไปแล้ว เปิดมือถือมาเชื่อมต่อกับ hotspot ที่ชื่อ THAI_SkyConnect และจะมีหน้าจอล็อกอินเด้งขึ้นมา

การบินไทย ยังคงคิดราคา WiFi เป็น MB อยู่ครับ (ไม่ได้คิดตามเวลาการใช้งาน) ซึ่งแพ็กเกจค่อนข้างแพงมาก เริ่มต้นที่ 10MB ราคา $4.99 และไปสุดที่ 100MB ราคา $34.99 ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่า ถ้าปรับมาคิดเงินตามระยะเวลา จะทำให้ดูน่าใช้งานมากกว่า และราคาก็ยังสูงเกินไปเมื่อเทียบกับสายการบินอื่นๆ ที่มีบริการ WiFi ให้ใช้กันบนเครื่องบิน

Lavatory

มาดูห้องน้ำใหม่ บน Airbus A350-900 XWB บ้างครับ บอกเลยว่านี่แหละ คือไฮไลต์ของเครื่องบินลำนี้ ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นห้องน้ำเครื่องบินธรรมดาทั่วไป ขนาดมาตรฐาน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่ผมพบว่า มันมีฟีเจอร์เด็ด ที่ไม่มีบนเครื่องบินรุ่นอื่นๆ ด้วยครับ

มันคือสิ่งนี้! ฝาถังขยะที่มีสัญญาณ WiFi !! เอ๊ยย มีเซนเซอร์ในตัวครับ

เพียงแค่ยื่นมือเหนือฝาถังขยะ มันก็จะเปิดลงไปโดยอัตโนมัติครับ ทิ้งกระดาษหรือเศษขยะได้แบบไม่ต้องเอามือไปกดฝาถังของเครื่องบิน ที่ปกติจะเปิดยากเปิดเย็น บางคนก็ใช้วิธียัด หรือ หนีบเอาเศษกระดาษไว้ตามขอบฝาถัง น่ารังเกียจมาก พอมาเจอฝาถังแบบมีเซนเซอร์นี้ เลิฟเลย ควรมีบนเครื่องบินทุกรุ่นทุกแบบทุกสายการบินบนโลกใบนี้

กลับมาที่นั่ง มาเอนหลังพักผ่อนสักนิดครับ พบว่าที่นั่ง Royal Silk Class บน A350 นี่นั่งสบาย นอนสบายกว้างใช้ได้เลยเหมือนกัน ผ้าห่มที่การบินไทยให้มาก็หนาแบบพอดิบพอดีครับ น่าเสียดายที่ไฟลต์นี้สั้นไปนิด เลยไม่มีโอกาสได้หลับแบบยาวๆ ครับ

กัปตันประกาศลดระดับสู่ท่าอากาศยานสิงคโปร์ชางงี ปลายทางเป็นที่เรียบร้อย หันไปเจอกับปลายปีกหรือ winglet เท่ๆ ของ Airbus A350 งอนแหลมขึ้นมาเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องบินรุ่นนี้

สรุป

เป็น Business Class ที่ผมโคตรชอบเลยครับ และยกให้เป็น Business Class ของการบินไทยที่น่านั่งที่สุดในฝูงบินปัจจุบัน ด้วยความใหม่ของที่เครื่องบิน ที่นั่งสะดวกสบาย มีความเป็นส่วนตัว บริการนอบน้อมสไตล์การบินไทย และอาหารที่อร่อยถูกปาก

การบินไทยมีแพลนที่จะรับมอบ Airbus A350-900 XWB เพิ่มอีกหลายลำเลยครับ และมีแพลนที่จะใช้ A350 ใช้เส้นทางยุโรป และเส้นทางสำคัญของการบินไทยหลากหลายเมือง โดยคาดว่าจะมีการโละ Boeing 747-400 ออกจากฝูงบินในช่วงปลายปีนี้ โดยจะทำให้ฝูงบินของการบินไทยโดยรวมมีความใหม่มากขึ้น และชั้นธุรกิจ Royal Silk Class โดยรวมน่านั่งมากขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อ Airbus A350-900 XWB รุ่นนี้เริ่มใช้งานในเส้นทางไกลๆ อย่างยุโรป ผมจะกลับมารีวิวให้อ่านกันอีกครั้งนะครับ

น่าเสียดายที่การบินไทยไม่ได้ทำ Royal First บนเครื่องบินแบบใหม่ๆ ที่รับมอบมาเพิ่มเติมเลย ทั้ง Boeing 787-8 (กับ 787-9 ในอนาคต) รวมถึง Airbus A350-900 XWB ซึ่งจะส่งผลเมื่อการบินไทยยกเลิกเครื่องบิน Boeing 747-400 แล้ว จะเหลือชั้น Royal First แค่บน Airbus A380-800 เท่านั้น

ผมว่าใครมีโอกาสได้ลองใช้ A350 แล้ว น่าจะชื่นชอบเช่นเดียวกันนะครับ พบกันใหม่รีวิวหน้า สวัสดีครับ

อ่านรีวิวอื่นๆ:

The following two tabs change content below.

Comments