รวมสุดยอดบัตรเครดิต สำหรับปั๊มไมล์แลกตั๋วเครื่องบินโดยเฉพาะ [อัปเดต 2018]

รวบรวมบัตรเครดิตในไทย สำหรับการปั๊มไมล์ Royal Orchid Plus เพื่อแลกตั๋วเครื่องบินโดยเฉพาะครับ ปีนี้มีบัตรเครดิตที่น่าสนใจหลายใบ ที่มีโปรโมชั่นสะสมคะแนน แลกเป็นไมล์ ROP ได้ง่ายขึ้น สำหรับคนที่ใช้บัตรเครดิตเป็นประจำอยู่แล้ว หรือมีเหตุต้องเดินทางบ่อยๆ น่าจะเป็นประโยชน์มากครับ

Disclosure: บทความนี้ เขียนจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน และไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ จากสายการบิน, ธนาคาร หรือ ตัวแทนใดๆ ที่เกี่ยวข้อง

เท่าที่ผมทราบ ปัจจุบันการบินไทย ได้ร่วมกับบัตรเครดิตทั้งหมด 13 ค่าย ในการให้สิทธิ์แลกคะแนนสะสมบัตรเครดิตมาเป็นไมล์ Royal Orchid Plus แต่ว่าไม่ใช่บัตรเครดิตทุกค่ายจะแลกได้คุ้มนะครับ ซึ่งถ้านับตามมาตรฐานของการสะสมแต้มบัตรเครดิตทั่วไป คือการใช้จ่ายทุก 25 บาท จะได้คะแนนสะสม 1 คะแนน จากนั้นต้องใช้ 2 คะแนนถึงจะแลกมาเป็นไมล์สะสมได้ 1 ไมล์ หรือโดยสรุปคือ ตามมาตรฐานแล้วต้องรูดบัตรเครดิต 50 บาท ถึงจะได้ 1 ไมล์

บัตรเครดิตหลายค่าย จึงได้ออกบัตรรุ่นสะสมไมล์โดยเฉพาะ (บ้างก็มีคำว่า Royal Orchid Plus อยู่ในชื่อบัตร หรือจะมีโลโก้ Royal Orchid Plus อยู่บนบัตร) เปิดโอกาสให้แลกคะแนนสะสมมาเป็นไมล์ได้เร็วขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วบัตรประเภทนี้จะสามารถแลก 1 คะแนน มาเป็น 1 ไมล์ได้เลยทันที หรือโดยสรุปคือ รูดบัตร 25 บาท จะได้ 1 ไมล์

แต่บัตรเครดิตที่รวบรวมมาวันนี้ คือบัตรเครดิตทั้งหลาย ที่สามารถแลกไมล์ได้ด้วยอัตราที่ต่ำกว่า 25 บาท = 1 ไมล์ครับ มีหลายใบที่น่าสนใจ และ “ปั๊มไมล์” กันได้สนุกเลย จะมีใบไหนที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกัน!

Aeon Royal Orchid Plus Platinum

pic_visa_card

20 บาท = 1 ไมล์

ประเภทบัตร: VISA
เงื่อนไขการสมัคร: เงินเดือน 30,000 บาทขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมรายปี: 3,210 บาท (ฟรีปีแรก)
ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี: ใช้จ่ายมากกว่า 300,000 บาทต่อปี
บัตร Priority Pass: ไม่มี

ใบแรกคือบัตรจากค่าย Aeon ที่ออกมาในชื่อบัตร Aeon Royal Orchid Plus Platinum ครับ ใบนี้จุดเด่นตรงที่สมัครง่าย ไม่มีเงื่อนไขในการใช้จ่ายขั้นต่ำใดๆ ทั้งสิ้น ทุกการรูดบัตร 20 บาท สามารถแลกได้ 1 ไมล์เลย ถือว่าเป็นบัตรที่แลกเป็นไมล์ได้ในอัตราที่ดีแบบไม่มีเงื่อนไขแอบแฝง

โปรโมชั่นเสริมของใบนี้ คือได้โบนัส 5,000 ไมล์ ถ้าใช้จ่ายเกิน 300,000 บาทในเดือนเกิด, โบนัส 2,000 ไมล์เมื่อใช้บัตรครั้งแรกภายใน 30 วันหลังจากได้รับบัตร และโบนัสสูงสุด 2,000 ไมล์เมื่อเดินทางด้วยการบินไทยครบทุก 4 เที่ยวบิน เป็นต้น แถมยังใช้เข้า Lounge การบินไทยที่สุวรรณภูมิได้อีก 2 ครั้งต่อปี (เมื่อเดินทางด้วยการบินไทย) ด้วย

ไหนๆ ใบนี้ค่าธรรมเนียมก็ฟรีปีแรก สมัครมาเอาไมล์ก่อน (ได้หลายพันไมล์อยู่นะ) ถ้าไม่ค่อยได้ใช้จะยกเลิกทีหลังก็ไม่เสียหายครับ หลังจากปีแรก บัตรนี้มีค่าธรรมเนียมรายปี 3,210 บาท (ยกเว้นได้หากใช้จ่ายเกิน 300,000 บาทต่อปี)

THAI American Express Platinum Credit Card

amex-rop

13.64 บาท = 1 ไมล์
(ถ้าใช้จ่ายเกิน 1,500,000 บาทต่อปี)

ประเภทบัตร: American Express
เงื่อนไขการสมัคร: รายได้ 700,000 บาทต่อปี
ค่าธรรมเนียมรายปี: 4,280 บาท
ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี: โทรขอยกเว้นได้ พิจารณาเป็นกรณีไป
บัตร Priority Pass: ไม่มี

ใบนี้ต้องยกเป็นหนึ่งในบัตรสุดยอดของการปั๊มไมล์ ROP ครับ ทาง American Express ร่วมกับการบินไทยออกบัตรในชื่อ (อย่างยาว) ว่า THAI American Express Platinum Credit Card (หลายคนเรียกย่อๆ ว่า “AMEX การบินไทย” หรือ “AMEX ROP”) ซึ่งเป็นบัตรเครดิตของ AMEX (ไม่ใช่บัตรชาร์จการ์ดเหมือนพวก AMEX รุ่นปกติ) บัตรนี้นอกจากจะปั๊มไมล์ได้เร็วแล้ว ยังมีสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการเดินทางอีกมหาศาลครับ

AMEX การบินไทยใบนี้ อัตราการได้ไมล์ปกติคือ 25 บาท ได้คะแนนสะสม 1.5 แต้ม และต้องใช้คะแนน 1.5 แต้มมาแลกเป็น 1 ไมล์ (ซึ่งก็คือ 25 บาท = 1 ไมล์นั่นแหละ) แต่ถ้าในปีนั้นใช้จ่ายผ่านบัตรเกิน 100,000 บาท ก็จะได้คะแนนสะสมเพิ่มขึ้นอีก 25% กลายเป็น 20 บาท = 1 ไมล์

ยังไม่พอแค่นั้น ถ้าปีนั้นใช้บัตรเกิน 1,500,000 บาท ทาง AMEX ก็จะให้ไมล์สะสมเข้าบัญชี ROP อัตโนมัติอีกทันที 35,000 ไมล์ครับ นั่นแปลว่า ในการใช้จ่าย 1,500,000 บาทแรกของแต่ละปี จะได้ไมล์สะสมรวมถึง 110,000 ไมล์ (75,000 + 35,000) หรือคิดเป็นอัตรา 13.64 บาท = 1 ไมล์ !!

ส่วนการใช้จ่ายยอดที่เกินจาก 100,000 บาทแรก ก็จะได้ไมล์สะสมที่อัตรา 20 บาท = 1 ไมล์ต่อไปจนครบรอบปีที่เป็นสมาชิกบัตร บัตรใบนี้ยังมีโปรโมชั่นเพิ่มคะแนนสะสมอีก 25% สำหรับยอดใช้จ่ายต่างประเทศเกิน 100,000 บาทต่อปีด้วย และยังได้ไมล์สะสมสองเท่าเมื่อใช้บัตรใบนี้ซื้อตั๋วเครื่องบินกับการบินไทย เรียกว่า ถ้าใครได้ใช้บัตรใบนี้ด้วยยอดใช้จ่ายสูงพอสมควร และมียอดใช้จ่ายต่างประเทศรวมอยู่ด้วย ถือว่าโคตรคุ้มมากในการปั๊มไมล์ ROP เลยครับ

สิทธิประโยชน์ในการเดินทางอื่นๆ ก็อลังการมาก เช่นสิทธิ์ในการได้บัตรทอง ROP เร็วกว่าปกติ ถ้าบินด้วยชั้นธุรกิจหรือชั้นหนึ่งภายในปีแรกของการเป็นสมาชิกบัตร ด้วยการบินแค่ 25,000 ไมล์ (น้อยกว่าปกติครึ่งนึง), สิทธิ์ในการแลกไมล์ให้เพื่อนร่วมเดินทางในอัตราครึ่งเดียว ถ้าซื้อตั๋วชั้นธุรกิจหรือชั้นหนึ่ง ฯลฯ

แต่ข้อเสียของ American Express ก็อย่างที่ทราบกันคือ หลายๆ ร้านค้า โดยเฉพาะร้านเล็กๆ จะไม่ค่อยจะรับ AMEX กัน และบัตรใบนี้ยังมีค่าธรรมเนียมรายปีอีก 4,280 บาท แต่หากมียอดใช้จ่ายที่สูงเพียงพอ ก็สามารถโทรไปขอยกเว้นค่าธรรมเนียมได้ โดยจะพิจารณาเป็นปีๆ ไปครับ ซึ่งจากประสบการณ์ หากจ่ายค่าธรรมเนียมนี้ ก็จะมีการสมนาคุณกลับมาเป็นแต้มบัตรเครดิตที่ค่อนข้างคุ้มค่ากับค่าธรรมเนียมที่จ่ายอยู่พอสมควร

Citibank Royal Orchid Plus Preferred

13.33 บาท = 1 ไมล์
(ถ้าใช้จ่ายเกิน 1,000,000 บาทต่อปี)

ประเภทบัตร: VISA Infinite
เงื่อนไขการสมัคร: เงินเดือน 50,000 บาทขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมรายปี: 10,700 บาท
ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี: ลงทุนใน citigold 10,000,000 บาทขึ้นไป
บัตร Priority Pass: ไม่มี

บัตรเครดิตจาก Citibank ที่ออกมาสำหรับปั๊มไมล์ ROP โดยเฉพาะ โดยทำเป็นเกรดสูงอย่าง VISA Signature ออกมาในชื่อบัตร Citibank Royal Orchid Plus Preferred บัตรใบนี้ให้อัตราการแลกไมล์ที่ 20 บาท = 1 ไมล์ ตั้งแต่การใช้จ่ายบาทแรกเลยแบบไม่มีเงื่อนไขใดๆ แอบแฝง แถมยังได้โบนัสไมล์อีก 25,000 ไมล์เมื่อใช้จ่ายครบ 1,000,000 บาทในปีนั้นๆ นั่นแปลว่าในการใช้จ่าย 1,000,000 บาทแรกของแต่ละปี จะได้ไมล์สะสมรวม 75,000 ไมล์ หรือเทียบเท่ากับ 13.33 บาท = 1 ไมล์

บัตรใบนี้ยังให้สิทธิ์เลื่อนสถานะบัตร ROP การบินไทยให้เป็นบัตรทองได้เร็วขึ้นด้วยเงื่อนไขพิเศษด้วย คือ ใช้จ่ายครบ 1,000,000 บาท บวกกับเดินทางด้วยการบินไทย (ชั้นโดยสารอะไรก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ตั๋วโปรโมชั่น V, W, ไม่รวมตั๋วกรุป G และไม่รวมไทยสมายล์) ให้ครบ 22,000 ไมล์ ภายใน 1 ปี หรืออีกเงื่อนไขนึงคือ ใช้จ่ายครบ 1,000,000 บาท บวกกับเดินทางด้วยการบินไทย 15 เที่ยวบิน ภายใน 1 ปี ก็จะได้รับสิทธิ์เป็นบัตรทอง Royal Orchid Plus ทันที ถือเป็นเงื่อนไขการขยับขึ้นเป็นบัตรทองได้แบบบินน้อยที่สุดวิธีหนึ่งเลย

สิทธิประโยชน์อื่นๆ คือ ฟรีลิมูซีนรับส่งสนามบินสุวรรณภูมิ 2 ครั้งต่อปี, ใช้ Lounge การบินไทยที่สุวรรณภูมิ 2 ครั้งต่อปี เมื่อเดินทางด้วยการบินไทย, ได้คะแนนสะสม 3 เท่าถ้าซื้อตั๋วการบินไทยกับ Citibank Travel Service, และยังต้อนรับสมาชิกบัตรใหม่ ด้วยโบนัส 15,000 ไมล์สำหรับคนที่สมัครออนไลน์ บวกใช้จ่ายครบ 20,000 บาทภายใน 30 วันแรกที่ได้รับบัตรด้วย

บัตรใบนี้มีค่าธรรมเนียมรายปี 10,700 บาท ปีแรกไม่ฟรี และยกเว้นไม่ได้ (นอกจากจะมีการลงทุนกับ Citigold 10,000,000 บาทขึ้นไป จึงจะขอยกเว้นเป็นกรณีพิเศษได้)

Citibank Ultima / Ultima Metal

citibank-ultima

16.67 บาท = 1 ไมล์

ประเภทบัตร: VISA Infinite
เงื่อนไขการสมัคร: เรียนเชิญเท่านั้น
ค่าธรรมเนียมรายปี: Ultima 31,030 บาท และ Ultima Metal 105,930 บาท
ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี: ไม่ได้
บัตร Priority Pass: มี

บัตรระดับสูงสุดของ Citibank ซึ่งเคยเรียนเชิญลูกค้าส่วนหนึ่งมาเป็นสมาชิก Citibank Ultima หนึ่งในบัตรเครดิต VISA Infinite เพียงไม่กี่รุ่นของไทย ให้อัตราการปั๊มไมล์อยู่ที่ 16.67 บาท = 1 ไมล์ โดยไม่มีเงื่อนไขการใช้จ่ายอื่นๆ แอบแฝง ซึ่งบัตรใบนี้มีสิทธิประโยชน์ที่อลังการมากที่สุดใบหนึ่งในไทย ถ้าเอาเฉพาะสิทธิ์ในการเดินทาง เช่น สิทธิ์ในการอัพเกรดชั้นโดยสารการบินไทย จุดหมายภายในเอเชีย จาก Economy เป็น Royal Silk จำนวน 2 ครั้งต่อปี, ใช้ Royal Silk Lounge ของการบินไทยได้เมื่อเดินทางด้วยการบินไทย, มีบัตร Priority Pass ให้ เพื่อใช้เข้า Lounge ในสนามบินต่างๆ ทั่วโลก เป็นต้น แต่ Citibank Ultima ก็มาพร้อมกับค่าธรรมเนียมรายปี 31,030 บาท แบบยกเว้นไม่ได้ครับ

ส่วนบัตร Citibank Ultima Metal เป็นบัตรระดับสูงสุดที่มีค่าธรรมเนียมรายปีสูงถึง 105,930 บาท (ยกเว้นไม่ได้) ให้สิทธิประโยชน์ทั่วไปเหมือนกับ Ultima เดิม รวมถึงอัตราแลกคะแนนเป็นไมล์ ที่ 16.67 บาท สามารถแลกได้ 1 ไมล์ แต่เพิ่มความอลังการเข้าไปด้วยสิทธิ์การซื้อตั๋วเครื่องบินชั้นหนึ่งหรือชั้นธุรกิจได้แบบ 1 แถม 1 ชนิดซื้อได้ไม่จำกัด (แต่ละทริปเดินทางห่างกันอย่างน้อย 15 วัน) ของสายการบินต่างๆ มากถึง 7 สายการบิน (ไม่มีการบินไทย) และยังบวกสิทธิ์ห้องพักฟรี 1 คืนของโรงแรมชั้นนำต่างๆ เมื่อจ่ายเงินเข้าพักในโรงแรมนั้นๆ, สิทธิ์อัพเกรดห้องพัก, ตัวบัตร Ultima Metal ทำมาจากเหล็กทั้งใบครับ

Krungsri Exclusive Signature

krungsri-exclusive-signature

20 บาท = 1 ไมล์
(ถ้าใช้จ่ายที่ต่างประเทศครบ 200,000 บาท)

ประเภทบัตร: VISA Signature
เงื่อนไขการสมัคร: ลงทุนกับ ธ.กรุงศรีฯ 5 ล้านบาทขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมรายปี: ฟรีตลอดชีพ (แต่ต้องใช้บัตรอย่างน้อย 1 ครั้งในรอบปี)
บัตร Priority Pass: มี แบบมีเงื่อนไขจำกัดการเข้าใช้งานตามยอดเงินลงทุนกับ ธ.กรุงศรีฯ

บัตรเครดิตระดับสูงสุดของ ธ.กรุงศรีฯ ตอนนี้ คือ Krungsri Exclusive Signature ครับ เงื่อนไขคือต้องมีเงินลงทุนกับ ธ.กรุงศรีฯ เฉลี่ยย้อนหลัง 6 เดือนตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือเป็นลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ถึงจะได้รับการเรียนเชิญให้ทำบัตรใบนี้

การปั๊มไมล์ด้วยบัตรใบนี้อาจจะไม่ใช่ใบที่ดีที่สุดครับ โดยใช้จ่ายทุก 20 บาท จะได้คะแนนสะสม 1 คะแนน และจะสามารถแลก 1 คะแนนมาเป็นไมล์ ROP 1 ไมล์ได้ หากมียอดใช้จ่ายต่างประเทศเกิน 200,000 บาทเท่านั้น (หากไม่เกิน 200,000 บาท จะต้องแลกด้วยอัตรา 2 คะแนน = 1 ไมล์) ดังนั้นใบนี้เป็นใบที่มีอัตราแลกไมล์อยู่ที่ 20 บาท = 1 ไมล์ แบบมีเงื่อนไขที่ไม่ง่ายนัก

แต่สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่มาพร้อมบัตรใบนี้ มีไฮไลต์อยู่ที่การอัพเกรดชั้นโดยสารไปกลับของการบินไทยให้สูงขึ้นฟรี 1 คลาส (อัพจาก Economy ไปเป็น Royal Silk หรืออัพจาก Royal Silk ไปเป็น Royal First) โดยต้องไปอ้างอิงถึงจำนวนเงินลงทุนกับ ธ.กรุงศรีฯ อีกต่อหนึ่ง (เกิน 10 ล้านบาท อัพได้ระยะทางไม่เกินกรุงเทพ-ญี่ปุ่น และ เกิน 150 ล้านบาท อัพได้ทุกเส้นทางของการบินไทย) เพียงปีละ 1 ครั้ง

สิทธิ์ในการใช้เลานจ์ ก็จำกัดด้วยยอดเงินลงทุนเช่นกัน โดยมียอดลงทุนเกิน 5 ล้านบาท จะได้ใช้สิทธิ์เข้าเลานจ์ของ Priority Pass และ Royal Silk Lounge อย่างละ 2 ครั้งต่อปี หรือถ้ามียอดเงินลงทุนเกิน 30 ล้านบาท ก็จะได้รับสิทธิ์เข้าใช้ Royal First Lounge ได้อีก 2 ครั้งต่อปี และเพิ่มสิทธิ์ของการเข้าใช้ Priority Pass เป็น 4 ครั้งต่อปีด้วย

ส่วนตัวคิดว่า บัตรใบนี้ถ้าเป็นลูกค้ากรุงศรีฯ อยู่แล้ว ถือไว้ไม่เสียหายเลยครับ เพราะไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี (ขอแค่ได้รูดครั้งเดียวต่อปี) และถ้ามียอดใช้จ่ายต่างประเทศพอสมควร ก็สามารถแลกไมล์ได้ที่อัตรา 20 บาท = 1 ไมล์

Krungsri Signature

krungsri-signature

20 บาท = 1 ไมล์
(ถ้าใช้จ่ายที่ต่างประเทศครบ 200,000 บาท)

ประเภทบัตร: VISA Signature
เงื่อนไขการสมัคร: เงินเดือน 70,000 บาทขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมรายปี: 4,280 บาท
ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี: ใช้จ่ายมากกว่า 300,000 บาทต่อปี
บัตร Priority Pass: ไม่มี

อีกหนึ่งใบที่รองมาจาก Krungsri Exclusive Signature โดยมีเงื่อนไขสมัครที่ง่ายลงมา แบบไม่ต้องมีเงินลงทุนกับ ธ.กรุงศรีฯ ก็ได้ ซึ่งได้สิทธิประโยชน์ลดหลั่นกันลงมา หลักๆ คือ ใช้ Royal Silk Lounge (แทนที่จะเป็น Royal First Lounge) จำนวน 2 ครั้งต่อปี และไม่มีสิทธิ์เรื่องของการอัพเกรดชั้นโดยสาร

แต่การปั๊มไมล์ก็ยังคงใช้เกณฑ์เดียวกันคือ 20 บาท = 1 ไมล์ เมื่อมียอดใช้จ่ายต่างประเทศครบ 200,000 บาทในปีนั้นๆ ครับ ข้อดีของบัตรใบนี้คือยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีได้ ขอแค่มีการใช้จ่ายผ่านบัตร 300,000 บาทในรอบปี

TISCO (Standard Chartered) VISA Platinum Elite

scbt-visa-platinum-elite

15 บาท 18.75 บาท = 1 ไมล์
(ตั้งแต่บาทแรก ไม่มีเงื่อนไข)

ประเภทบัตร: VISA Platinum
เงื่อนไขการสมัคร: เงินเดือน 75,000 บาทขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมรายปี: 4,280 บาท
ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี: ใช้จ่ายมากกว่า 240,000 บาทต่อปี
บัตร Priority Pass: ไม่มี

บัตรเครดิตสูงสุดจากธนาคาร Standard Chartered ที่อยู่คู่กับคนปั๊มไมล์มาสักพักใหญ่ ล่าสุดถูกย้ายเปลี่ยนเจ้าของ จากธนาคาร Standard Chartered มาเป็น TISCO ถูกปรับลดอัตราการแลกไมล์ลงไปพอสมควร จากเดิม อัตรา 15 บาท = 1 ไมล์ มาเป็น 18.75 บาท = ไมล์ โดยจะได้คะแนนสะสมตั้งแต่การใช้จ่ายบาทแรก แลกได้ไม่มีลิมิต และตอนนี้แลกได้เฉพาะไมล์ ROP เท่านั้น ไม่สามารถแลก Singapore Airlines KrisFlyer ได้แล้ว

นอกจากนี้ยังมีบริการรถลิมูซีนสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อซื้อแพ็กเกจตั๋วเครื่องบินต่างประเทศกับ Always Travel Service ได้ 1 ครั้งต่อปี และสามารถใช้ Miracle Lounge ที่สนามบินสุวรรณภูมิได้สูงสุด 2 ครั้งต่อปีด้วย (ใช้จ่ายครบ 200,000 บาท จะได้ 1 สิทธิ์) บัตรใบนี้มีค่าธรรมเนียมรายปี 4,280 บาท และสามารถยกเว้นค่าธรรมเนียมได้ถ้าใช้จ่ายครบ 240,000 บาทต่อปี

UOB PRIVI MILES Card

15 บาท = 1 ไมล์
(เมื่อใช้จ่ายครบ 300,000 บาทต่อไตรมาส และจำกัดแลกไม่เกิน 20,000 ไมล์ต่อไตรมาส*)
18 บาท = 1 ไมล์
(เมื่อใช้จ่ายไม่ครบ 300,000 บาทต่อไตรมาส) 

ประเภทบัตร: VISA Signature
เงื่อนไขการสมัคร: เงินเดือน 70,000 บาทขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมรายปี: 4,280 บาท
ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี: ใช้จ่ายมากกว่า 300,000 บาทต่อปี
บัตร Priority Pass: ไม่มี

บัตรเครดิตสำหรับสะสมไมล์โดยเฉพาะของค่าย UOB มาในชื่อ PRIVI MILES โดยเน้นจุดเด่นว่าสามารถแลกไมล์ได้ด้วยเรต 15 บาท = 1 ไมล์ แต่มีเงื่อนไขอยู่พอสมควร นั่นคือต้องมีการใช้จ่ายเกิน 300,000 บาท ต่อไตรมาส จึงจะสามารถแลกไมล์ด้วยเรต 15 บาท = 1 ไมล์ได้ และจะแลกได้เฉพาะการใช้จ่าย 300,000 บาทนั้นๆ (นั่นคือแลกได้สูงสุดเพียง 20,000 ไมล์ต่อไตรมาส แม้ว่าจะมีคะแนนสะสมมากกว่านั้นก็ตาม) โดยไม่สามารถเก็บไว้แลกภายหลังได้ ต้องแลกคะแนนเป็นรายไตรมาสเท่านั้น  

ส่วนเกินจากการใช้จ่าย 300,000 บาทต่อไตรมาส หรือหากใช้จ่ายไม่ถึง 300,000 บาทต่อไตรมาส จะสามารถแลกไมล์ได้ด้วยเรต 18 บาท = 1 ไมล์ แทน ซึ่งดูแล้วก็ยังคงน่าดึงดูดกว่าบัตรเครดิตหลากหลายใบในตลาดอยู่ดีครับ

บัตรใบนี้ ไม่มีบัตร Priority Pass มาให้ แต่จะให้สิทธิ์การใช้เลานจ์ Royal Silk Lounge ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเดินทางด้วยการบินไทย ในเที่ยวบินระหว่างประเทศ จำนวน 1 ครั้งเมื่อสมัครบัตรใหม่ และต้องมีรายการใช้จ่ายครั้งแรก บวกกับจะได้รับสิทธิ์การเข้าใช้เลานจ์อีก 1 ครั้ง เมื่อมียอดใช้จ่ายในปีนั้นครบ 200,000 บาท

บัตรใบนี้มีค่าธรรมเนียม 4,280 บาทต่อปี แต่จะยกเว้นอัตโนมัติ เมื่อมียอดใช้จ่ายเกิน 300,000 บาทต่อปี

SCB My Travel Card

17 บาท = 1 ไมล์
(ตั้งแต่บาทแรก ไม่มีเงื่อนไข)

ประเภทบัตร: Mastercard
เงื่อนไขการสมัคร: เงินเดือน 50,000 บาทขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมรายปี: 3,000 บาท
ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี: ใช้จ่ายมากกว่า 300,000 บาทต่อปี
บัตร Priority Pass: ไม่มี

บัตรเครดิตน้องใหม่จากไทยพาณิชย์ ในชื่อ SCB MY TRAVEL ออกมาสำหรับคนใช้แต้มแลกเป็นไมล์โดยเฉพาะ เงื่อนไขน้อยนิด สมัครง่าย และได้อัตราแลกไมล์ 17 บาท = 1 ไมล์ ซึ่งถือว่าดีมากๆ ตัวบัตรเป็น Mastercard ที่สามารถจ่ายได้แทบจะทุกร้านค้าที่รูดบัตรได้

บัตรใบนี้อาจจะมีสิทธิประโยชน์ร่วมเกี่ยวกับการเดินทางไม่เยอะเท่าไรนัก ไม่มีบัตร Priority Pass ให้ และไม่ได้สิทธิ์รถลิมูซีน และสิทธิ์เข้าเลานจ์แต่อย่างใด มีให้เพียงสิทธิ์ของมาสเตอร์การ์ดเอง ที่สามารถใช้เลานจ์ได้หากเครื่องบินดีเลย์ ต้องสมัครเป็นรานครั้ง และจำกัดการสมัครต่อปีเอาไว้ ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จริง

แต่โดยรวมแล้ว บัตรที่อยู่ในค่าย VISA/Mastercard ที่ให้อัตราการแลกไมล์ที่ดีขนาดนี้ ให้ตั้งแต่บาทแรกที่รูดใช้จ่าย โดยไม่มีเงื่อนไขอื่นๆ แอบแฝง ตัวนี้ถือว่าน่าคบหามากๆ ครับ


ยังมีบัตรเครดิตใบอื่นๆ อีกหลายใบที่ไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้ ที่มีสิทธิพิเศษต่างๆ ไม่แพ้กัน แต่ที่เลือกมาพูดถึงวันนี้จะมีเฉพาะบัตรที่มีอัตราการแลกไมล์ดีกว่าค่าเฉลี่ยเท่านั้น สำหรับคนที่ต้องการเอายอดใช้จ่ายบัตรเครดิตมาปั๊มไมล์เพื่อแลกเอาตั๋วเครื่องบินโดยเฉพาะครับ อีกอย่างคือ พวกโปรโมชั่นชั่วคราวของบัตรเครดิตต่างๆ ก็ไม่ควรมองข้ามนะ เช่น ใช้จ่ายที่ร้านค้าบางร้าน หรือ บางหมวดหมู่ในบางช่วงเวลา อาจได้คะแนนสะสม 3 เท่า, 5 เท่า หรือ 10 เท่าเลยก็มี รวมถึงโปรโมชั่นสมัครบัตรเครดิตครั้งแรกของบางใบ ก็น่าดึงดูดไม่ใช่น้อย เข่นสมัครและใช้จ่าย 3 เดือนแรกกี่บาท ก็จะได้กี่หมื่นไมล์ทันที ซึ่งจะมีโปรพวกนี้ออกมาเรื่อยๆ น่าดึงดูดอย่างมาก

สรุปว่าสุดยอดของบัตรเครดิตปั๊มไมล์ (ถ้าเอามปั๊มไมล์อย่างเดียว ไม่นับสิทธิประโยชน์อื่นๆ) สำหรับคนมียอดใช้บัตรค่อนข้างเยอะ หากมั่นใจว่าใช้จ่ายทั้งปีครบ 1.5 ล้านบาท ผมยกให้ AMEX การบินไทยครับ (13.64 บาท = 1 ไมล์) ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีได้อีกต่างหาก ส่วน VISA/Mastercard ที่ควรถือไว้ปั๊มไมล์ เพราะ AMEX นี่หาร้านค้ารับบัตรนี้ค่อนข้างยาก ก็ต้องขอยกให้ SCB My Travel มีที่อัตราการแลกไมล์อยู่ที่ 17 บาท = 1 ไมล์ และขอยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีได้เช่นกัน

ใครจะบัตรใบไหน ผมคงเลือกแทนกันไม่ได้ เพราะแต่ละใบก็ออกมาแข่งขันกันในเรื่องของสิทธิพิเศษต่างๆ และมีค่าธรรมเนียมรายปี กับเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป ศึกษาให้ดีก่อนสมัครบัตรนะครับ

อย่างไรก็ตาม ขอให้ใช้บัตรเครดิตกันอย่างมีวินัยนะครับ ชำระยอดเต็มทุกครั้ง และรูดบัตรใช้จ่ายเท่าที่มีกำลังจะจ่ายได้ในแต่ละเดือนเท่านั้นครับ ขอให้คิดเสมอว่าบัตรเครดิตเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้จ่าย ไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก ได้ใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ แถมยังได้คะแนนสะสมเป็นโบนัสอีกต่อหนึ่ง บัตรเครดิตไม่ได้เป็นการยืมเอาเงินในอนาคตมาใช้จ่ายล่วงหน้าแต่อย่างใดครับ

ใครใช้บัตรใบไหนอยู่ แชร์กันได้นะ

บทความโดย:
อู๋ spin9

The following two tabs change content below.
spin9
อู๋ spin9, Frequent flyer, Content creator, Founder of spin9.me, MINI-TH.com and BIMMER-TH.com, พิธีกรรายการ DigiLife ทาง Nation TV, ห้องข่าวไอที Workpoint News, UK and German alumni. email: spin9.me@gmail.com

Comments